dream12 View my profile

The-Vampires

[Fic] The Vampires [P.7]

posted on 16 Sep 2010 01:59 by dream-12  in The-Vampires

Title: The Vampires [P.7]
Author: dream12
Characters: Super Junior all
Pairings: Si/Han, Ki/Hae, Kang/Teuk, Ye/Ryeo, Kyu/Min, Hyuk/Cin
Category: Comedy
Rate: NC-17









The Vampires P.7]





แสงแดงที่ส่องสว่างจากภายนอกห้องส่องกระทบเปลือกตาให้ค่อยๆขยับเปิดออก ฮันคยองหยีตาเรียวของตัวเองลงเมื่อแสงสว่างแยงตาเสียจนแสบปวดหัวไปหมด และในตอนนั้นเองที่เขาได้ยินเสียงกุกกักจากข้างกาย

“อ๊ะ ขอโทษครับ ผมทำให้พี่ตื่นหรอ” ฮันคยองส่ายศีรษะกลับไปก่อนจะพยุงตัวเองขึ้นนั่งแล้วมองไปรอบกายด้วยความงง งัน เขาพยายามอย่างหนักที่จะคิดว่าก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้นบ้างแต่ดูเหมือนจะนึก ไม่ออก

“คิบอม”

“ครับ?”

“อ่ะ..เปล่าหรอก” เขาคิดทบทวนอีกทีว่าไม่ควรพูดออกไปฮันคยองจึงนั่งนิ่งอยู่บนเตียวแล้วคิดถึง เหตุการณ์ก่อนที่เขาจะตื่นขึ้นมาบนเตียงในบ้านที่มาพักอยู่เกือบสามอาทิตย์ ในเช้านี้ด้วยตัวเอง

คิบอมลอบมองใบหน้าพี่ชายที่กำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่ก็รู้สึกผิดขึ้นมา ในใจ เขาช่วยปิดบังเรื่องของตระกูลนัมเพียงเพราะถูกทงแฮขอร้องและดูเหมือนร่าง เล็กกำลังน้ำตาคลออยู่ด้วย คิบอมที่แพ้น้ำตาของใครต่อใครก็ต้องอ่อนยวบอย่างจำยอมทั้งๆที่พี่ชายตนเอง ถูกแวมไพร์ที่เป็นพี่ชายหน้าหล่อของทงแฮจู่โจม

พอทงแฮดูดเลือดเขาจนพอใจฝ่ายนั้นก็ทำการปิดปากแผลด้วยการเลียเบาๆ ถึงมันจะมีรอยแผลเป็นแต่คิบอมก็คิดว่ายังดีที่มันปิดสนิทเพราะไม่อย่างนั้น เขาคงจะต้องขาดเลือดตายแน่ๆ เด็กหนุ่มเผลอหลับไปเพราะความเพลียพอเขาลืมตาตื่นขึ้นมาก็เห็นเจ้าเด็กแสบ นั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างๆกอดเข่าเกยคางเอาไว้ ดวงตากลมโตที่โผล่ออกมาจากลำแขนเพียงครึ่งกระพริบปริบๆมองดูเขาอยู่คล้ายกับ กำลังรู้สึกผิดไม่ก็กลัวว่าเขาจะโกรธ

เด็กหนุ่มพยุงตัวขึ้นจากเตียงนอนและมองหน้าทงแฮที่ตอนนี้ยังคงนั่งอยู่ในท่า เดิมไม่เปลี่ยน คิบอมกำลังทบทวนเหตุการณ์ก่อนหน้า มือหนาของตนยกขึ้นลูบบริเวณลำคอก็พบว่ามันยังรู้สึกเจ็บและเป็นแผลอยู่ เท่านั้นคิบอมก็ถอนหายใจออกมายอมรับสิ้นชะตาของตนเอง

ดวงตาเรียวเหลือบมองใบหน้าน่ารักตรงข้ามอีกครั้งก็ได้เห็นว่าร่างเล็กกำลัง เบะริมฝีปากคล้ายกำลังจะร้องไห้ เท่านั้นล่ะเขาก็โกรธคนตัวเล็กนี่ไม่ลงจริงๆ

ทงแฮยิ้มกว้างเมื่อเขาส่งยิ้มบางๆไปให้ เด็กแสบกระโดดกระโจนใส่คิบอมเต็มแรงจนพวกเขาล้มลงไปนอนด้วยกันทั้งคู่ คิบอมจุกแต่ทงแฮหัวเราะร่าจนเขาเองก็ต้องพลอยหัวเราะเสียงดังกลับไปด้วย

หลังจากนั้นคิบอมก็เดินลงมาข้างล่างโดยมีร่างของทงแฮขี่หลังลงมาด้วยกัน เด็กหนุ่มที่กำลังมีความสุขกลับต้องหัวใจแทบสลายเมื่อเห็นร่างของพี่ชายนอน เหยียดตัวยาวอยู่บนโซฟาด้วยใบหน้าไร้สีเลือดและมีใครอีกคนที่คิบอมจำได้ว่า เคยทักว่าเขาว่าเป็นคนบุกรุกปราสาทหลังนี้กำลังก้มลงไปทำอะไรบางอย่างอยู่ กับซอกคอพี่ชาย เด็กหนุ่มปล่อยร่างทงแฮลงกับพื้นก่อนจะเดินเข้าไปซัดใบหน้าหล่อเหลาที่นั่ง กุมขมับอยู่โซฟาข้างกันกับที่ร่างพี่เขานอนอยู่แล้วกระชากแขนเพรียวของใคร อีกคนออกจากตัวฮันคยอง

คิบอมแทบคลั่งเมื่อเห็นรอยลิ่มเลือดเกรอะกรังอยู่บริเวณคอเสื้อยืดสีอ่อนของ พี่ชาย ไม่ต้องถามอะไรมากก็รู้ว่าใครซักคนที่เป็นเหมือนอย่างทงแฮในปราสาทหลังนี้คง ทำร้ายฮันคยอง เขาโวยวายลั่นทำท่าจะเข้าไปเอาเรื่องกับซีวอนที่ยังคงนิ่งสนิทอยู่ที่เดิม เหมือนไม่รู้สึกรู้สึกอะไร ในตอนนั้นเองที่คิบอมคิดได้ว่าจิตใจของคนในตระกูลนี้คงจะไม่เหลือแล้ว

“คิบอม” เขาหลุดออกจากภวังค์เมื่อคนเป็นพี่เอ่ยเรียก เด็กหนุ่มเงยหน้าแล้วยิ้มบางๆที่เต็มไปด้วยความกังวลไปให้ฮันคยอง

“ยืนเหม่ออะไรอยู่ ไปทานข้าวกันเถอะ”

“ครับพี่” ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมเขาจึงต้องช่วยปิดบังเรื่องนี้อย่างที่คนในตระกูลนัม บอกมา คิบอมแค่กังวลกลัวว่าพี่ชายจะไม่เชื่อ และตราบใดที่ฮันคยองยังคงไม่รู้เรื่อง พี่ชายของเขาก็จะอยู่ได้อย่างสบายใจไม่ต้องมัวแต่พะวงกับเรื่องเหล่านี้ เพราะคิบอมรู้ดีว่าพี่ชายของเขาเป็นคนเช่นไร ปิดบังต่อไปอย่างนี้ก็คงจะไม่เป็นไรถ้าพวกเขาสองคนยังใช้ชีวิตประจำวันได้ อย่างปกติ

“อื้ม วันนี้พี่ว่าจะไปปราสาทหลังนั้นซะหน่อย คิบอมไปด้วยกันมั้ย” ในระหว่างที่กำลังทานข้าวเช้ากันสองคนเพราะคังอินต้องออกไปทำธุระข้างนอกพี่ ชายก็เอ่ยพูดถึงสถานที่ที่เขากำลังคิดไม่ตกอยู่ คิบอมทำตะเกียบหล่นลงบนชามข้าวแล้วมองหน้าพี่ชายด้วยดวงตาหลุกหลิก

“ค..ครับ?..พี่จะไป..ทำไมหรอ?” เขาถามกลับโดยที่ฮันคยองก็ไม่ทันได้สังเกตอาการนั้นซึ่งเป็นเรื่องดี

“อืมม..ไปหา..เด็กคนนั้น..ใครน๊า..ชื่อทงแฮใช่มั้ย ฮ่าๆ” ฮันคยองหัวเราะลั่นเมื่อเห็นใบหน้าคมของน้องชายที่เริ่มแดงระเรื่อเมื่อได้ ยินชื่อเด็กคนนั้น คิบอมหลบตาท่าทางอายๆก่อนจะกระแอมไอตั้งสติตนเองให้กลับคืนมา

“เอาดีๆสิครับ จะไปทำไม”

“แหม แค่นี้ต้องเขินด้วยนะคิบอมเนี่ย ฮึๆ” ยังไม่วายล้อต่อ คิบอมถอนหายใจก่อนจะวางตะเกียบที่เพิ่งจะหยิบกลับมาทานข้าวเช้าต่อแล้วมอง หน้าพี่ชายด้วยความจริงจัง

“โธ่ น้องชายฉันเนี่ยอารมณ์ขันกับเขาบ้างก็ได้นะ.....ก็แค่จะไปเอาของน่ะสงสัยจะ ลืมไว้ที่นั่น” พูดจบก็งับกิมจิเข้าปากเคี้ยวหงุบหงับส่วนคิบอมก็ขมวดคิ้ว งง เพราะเมื่อวานเขาเก็บของพี่ชายมาหมดแล้วยังจะเหลืออะไรไว้ที่นั่นอีก เป็นไปไม่ได้

“พี่ลืมอะไรไว้ครับ”

“นาฬิกาข้อมือน่ะ หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ สงสัยลืมไว้แน่ๆ ทำไมเดี๋ยวนี้ขี้ลืมจังน๊า นี่ก็นึกเรื่องเมื่อวานไม่ค่อยออกเลย พี่นี่ท่าทางจะแก่ขึ้นจริงๆด้วยสิ เฮ้อ.. นายจะเอากิมจิอีกมั้ย” คิบอมส่ายศีรษะรัวเร็วก่อนคนเป็นพี่ชายจะลุกขึ้นจากโต๊ะไปหยิบอาหารมาเติม คิ้วเข้มขมวดคิดเพราะเมื่อวานเขาเห็นอยู่ว่าพี่ชายยังคงใส่อยู่บนข้อมือ และตอนเปลี่ยนเสื้อผ้าหลังจากพาร่างไร้สติของฮันคยองกลับบ้านโดยมีความช่วย เหลือจากชายหนุ่มร่างท้วมที่ชื่อชินดงพามาส่งคิบอมเองก็เป็นคนถอดนาฬิกา เรือนนั้นวางไว้บนโต๊ะข้างเตียงนอนพี่เองกับมือ

“พี่แน่ใจนะครับว่าหาดีแล้ว บนโต๊ะข้างๆเตียงล่ะ ไม่มีหรอ”

“หึ ไม่มีจริงๆ พี่หาทั่วห้องเลย ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวตอนเย็นๆค่อยออกไปก็ได้ รอคังอินมันกลับมาก่อน” หลังจากนั้นพวกเขาก็ทานข้าวต่อโดยเปลี่ยนเรื่องที่ใช้เป็นหัวข้อในการสนทนา แต่คิบอมก็ยังคงเคลือบแคลงใจอยู่ว่ามันหายไปไหน ถ้าเขาเอามาวางไว้แล้วแต่พี่หาไม่เจองั้นก็แสดงว่ามีคนย้ายที่มัน แต่จะเป็นใครได้ล่ะถ้าไม่ใช่เพื่อนสนิทพี่ชาย แต่รายนั้นคงใส่นาฬิกาพี่เขาไม่ได้ คิบอมคิดไม่ออกจริงๆว่าใครกันที่เป็นคนทำ

.

.

.

“จะเป็นผีเสื้อราตรี หรือว่าจะเป็นแวมไพร์ขี้ขโมยกันแน่ ” ฮีซอลหันขวับเพราะเสียงเด็กหนุ่มที่พูดจาถากถางเขาอยู่ด้านหลัง

“ฉันเป็นผีเสื้อ...ผีเสื้อราตรีแสนซน นายไม่รู้จักหรือไง”

“ฮึ!...คำว่าซนน่ะ มันเหมาะกับเด็กอย่างทงแฮมากกว่านะ” นางพญาตัวร้ายกัดฟันกรอดเมื่อถูกว่าทางอ้อมแบบนั้น ฮยอกแจยิ้มเยาะแล้วเดินผ่านร่างผีเสื้อแสนสวยที่กำลังนั่งมองดูนาฬิกาเรือน ที่ตนขโมยออกมาจากบ้านของฮันคยองเมื่อคืน

“ถ้าไม่สนใจฉันตั้งแต่แรก ก็อย่ามาสนใจตอนนี้แล้วกัน ลีฮยอกแจ”

=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=

“เป็นยังไงบ้างฮยอกแจ นายเห็นอะไร”

“ผมบอกไม่ได้ รู้แต่ว่า เขาจะกลายเป็นแบบพวกเรา และไม่ใช่แค่หนึ่งคนเท่านั้นที่เป็น” อีทึกถอนหายใจก่อนจะย้ายตัวเองไปนั่งลงบนเตียงหลังจากยืนฟังเสียงของน้อง ร่วมสาบานที่กำลังบอกเล่าในสิ่งที่มันจะขึ้นในอนาคตต่อจากนี้

“มากกว่าหนึ่ง แล้วใครล่ะ ฉันคิดไม่ออกจริงๆ...” เด็มหนุ่มร่างผอมก้มลงมองพี่ใหญ่ของตระกูลแล้วยิ้มมุมปาก เพราะเขารู้ดีว่าใคร แต่ที่ไม่รู้ก็คือ เป็นไปได้อย่างไรเท่านั้นเอง...

.

.

.

ซีวอนกำลังคิดไม่ตก หลังจากที่เขาได้ดื่มเลือดจากลำคอของฮันคยองดูเหมือนว่าความต้องการเลือด มนุษย์ของเขานั้นจะเพิ่มมากขึ้น ชายหนุ่มร้อนรุ่มในกายและเห็นภาพของฮันคยองในหัวซ้ำๆในเวลาพักผ่อนหรือเวลา ปกติที่เขาอยู่เงียบๆ

ภาพที่ตนเองกำลังร่วมรักกับอีกฝ่ายมันกำลังทำให้ซีวอนสับสน นี่มันเกิดอะไรกับตัวเขากันแน่ ร่างสูงได้แต่คิดเพราะหาคำตอบไม่ได้และไม่มีใครให้คำตอบเขาได้เช่นกัน

เมื่อวาน ยังดีที่ทั้งคยูฮยอนและซองมินเข้ามาห้ามเขาไว้ก่อนที่จะเผลอรุนแรงมากไปกว่า นั้น เลือดของฮันคยองพอได้ดื่มสดๆเขาก็รู้ว่ามันบริสุทธิ์มากเพียงใด

บริสุทธิ์งั้นหรอ?

เขาแค่นยิ้มอย่างเจ็บปวด เพราะไอ้ความคิดที่เลือดของคนอื่นบริสุทธิ์แบบนี้ไปหมดนี่ไงซีวอนถึงเสีย หญิงผู้เป็นที่รักไปเพราะความมั่นใจมากเกินไปของตัวเอง

“พี่...” ใบหน้าหล่อเหลาหันไปมองต้นเสียงที่ปรากฏกายอยู่ข้างเขา ไม่ต้องเดาเลยว่าเด็กหนุ่มที่เป็นน้องชายอีกคนเข้ามาในห้องทั้งๆที่ประตูยัง ปิดสนิทอยู่ได้อย่างไร

“ไม่รู้หรือไงว่าหายตัวเข้ามาในห้องคนอื่นโดยพลการแบบนี้มันเสียมารยาทน่ะ” พอถูกต่อว่าเข้าแทนที่จะสลดหรือเอ่ยขอโทษแต่คยูฮยอนกลับยิ้มกวนแล้วยืนมอง หน้าพี่ชายอายุห่างกันสองปีอยู่อย่างนั้น

“ผมน่ะมีมารยาทมากกว่าพี่ฮีซอลอีกนะ”

“ถ้านายจะยอกย้อนก็ออกไปซะ” ซีวอนตวัดหางเสียงด้วยความหงุดหงิด

“อืมม ที่จริง ผมก็ไม่ได้อยากเข้ามากวนพี่นักหรอก เอาเวลานี้ไปทำให้พี่ซองมินครางเล่นใต้ร่างผมเสียยังดีกว่าอีก แต่พอดีว่า มีมนุษย์มารอพี่อยู่ข้างล่างน่ะ เลยต้องเจียดเว..ละ อ๊ะ!” คยูฮยอนร้องเมื่อตนถูกผลักจนเซโดยร่างของซีวอนที่เดินกึ่งวิ่งสวนเขาออกไป เมื่อได้ยินว่ามีใครมาหา

เด็ดหนุ่มกระตุกยิ้มมุมปากร้ายๆมองตามแผ่นหลังไวๆของพี่ชายออกไปแล้วส่าย ศีรษะก่อนตัวเองจะโดนกระชากท้ายทอยให้เข้าไปรับจูบหวานร้อนของซองมินที่หาย ตัวเข้ามาตามเมื่อเห็นว่าน้องชายฝาแฝดที่เป็นทั้งคนรักของตนเองนั้นหายตัวไป นานเกินไป

“อืมม..ใจเย็นสิพี่ซองมิน”


=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=

“ฮี่ๆ...คิบอม” เสียงหัวเราะประหลาดๆของทงแฮแว่วเข้าสู่โสตประสาทของซีวอนที่กำลังเดินลง บันไดมา ชายหนุ่มเห็นว่าร่างเล็กของน้องชายคนเล็กสุดของตระกูลกำลังกอดแขนเจ้าเด็ก แก้มป่องที่อายุน่าจะห่างจากทงแฮมากกว่าสามถึงสี่ปีแน่ๆ

“พี่ซีวอนมาแล้ววว!!” คิบอมและฮันคยองยกมือขึ้นปิดหูเพราะทนกับเสียงแหลมเล็กของทงแฮไม่ได้เสียที ร่างเล็กลุกขึ้นจากโซฟาปล่อยมือจากแขนคิบอมแต่ก็หันกลับมามองเด็กหนุ่มที่ นั่ง งงอยู่บนโซฟาตัวเดียวกับที่เขานั่งก่อนจะตัดสินใจนั่งกลับลงไปใหม่แล้วคว้า แขนคิบอมมากอดไว้อย่างเดิม

ฮันคยองส่ายศีรษะกับอาการหวงคิบอมของเด็กน้อยลีทงแฮ....ก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปทักชายหนุ่มร่างสูงที่เพิ่งเดินลงมาจากชั้นบน

“สวัสดีซีวอน”

“อืม” เพียงแค่เห็นหน้าซีวอนก็แทบจะตรงเข้าไปกระชากร่างของฮันคยองเข้ามาฝังเขี้ยว ลงไปในซอกคอขาวนวลนั่น แต่พอดีว่าเขาเป็นพวกความอดทนสูงที่จะคอยเตือนสติตนเองอยู่เสมอ จะมีแค่เมื่อวานเท่านั้นที่ยับยั้งอารมณ์ตัวเองไม่อยู่ และต่อจากนี้ไปซีวอนคงจะกลายเป็นพวกความอดทนต่ำไปเสียแล้วแน่ๆถ้าความเดือด พล่านในกายยังไม่หายไป

“ผมมารบกวนหรือเปล่า คุณดูไม่ค่อยสบายนะ” ทุกร่างที่อยู่ในห้องโถงนิ่งสนิทเมื่อได้ยินประโยคของฮันคยอง จะมีใครอยากพูดเล่าว่าที่ซีวอนเป็นแบบนี้ก็เพราะฮันคยอง

“เปล่า ” ชายหนุ่มตอบกลับไปเพียงแค่นั้นแล้วทรุดนั่งลงบนโซฟาอีกตัวที่อยู่ห่างถัดไปก่อนจะมองหน้าฮันคยองด้วยสายตาเย็นชา

“พอดีว่าผมลืมของไว้ที่นี่ คุณเห็นบ้างหรือเปล่า นาฬิกาข้อมือน่ะ” ซีวอนคิดแต่ก็ส่ายศีรษะช้าๆกลับไปก่อนจะนึกถึงใครอีกคนขึ้นมา

“ฮีซอล...”

“เอ๋?”

“เรียกฉันหรอ พ่อรูปหล่อ” ฮันคยองที่กำลังสงสัยกับชื่อที่อีกฝ่ายพึมพำก็ต้องหันไปมองผู้มาใหม่ ฮีซอลสวมเสื้อแจ็คเกตสีดำกับเสื้อข้างในที่เป็นซีทรูตารางสีเดียวกันและมี เครื่องประดับสีเงินแขวนอยู่บนช่วงหน้าอก กางเกงฝ่ายนั้นเป็นยีนส์สีดำที่คล้ายกับกางเกงสกินนี่ทั่วไป

ซีวอนนั่งนิ่งในขณะที่อีกฝ่ายที่เพิ่งปรากฏตัวนั่งลงข้างกันแทบจะเกยตักอยู่ รอมร่อ ฮันคยองมองกริยาร่างนั้นอย่างไม่วางตาด้วยความรู้สึกแปลกที่อก และตอนนั้นเองที่เขาหันไปหาคิบอมก็ไม่พบว่าน้องนั่งอยู่ด้วยกันแล้ว

“ทงแฮคงจะพาน้องชายนายขึ้นไปเล่นผีดูดเลือดกันบนห้องมั้ง”

“ฮีซอล!” เสียงทุ้มตวาดลั่นใส่หน้าคนที่ฮันคยองรู้แล้วว่าชื่ออะไร ฝ่ายนั้นเบ้ปากแต่ก็ไม่สนใจซีวอนที่กำลังหงุดหงิดเลยแม้แต่น้อย

เขามองฮันคยองตาไม่กระพริบ...

“ฮันคยองใช่มั้ย กำลังหาไอ้นี่อยู่หรือเปล่า” ริมฝีปากบางยกยิ้มเมื่อเห็นของที่ฮีซอลว่า นาฬิกาเรือนโปรดถูกนิ้วเรียวยาวของผีเสื้อราตรีหยิบหิ้วแกว่งไปมาอยู่ตรง หน้า ฮันคยองดีใจที่เขาเจอเพราะเกือบจะถอดใจตั้งแต่ซีวอนส่ายศีรษะปฏิเสธ

“อ่ะ ขอบคุณมากครับ”

“จุ๊ๆ ไม่ๆ เรือนนี้มันของฉัน” ฮันคยองที่กำลังจะเอื้อมมือไปหยิบมันต้องใจเสียเมื่ออีกฝ่ายตวัดเอาของกลับหาตัว

“ของนายน่ะ อยู่ในห้องของซีวอนนู่น”

“ฮีซอล!” เป็นอีกครั้งที่ซีวอนตวาดเสียงใส่คนข้างกาย ฮันคยองขมวดคิ้วฉับ ก็ไหนเมื่อครู่ซีวอนส่ายหน้าไม่เห็น แล้วทำไมคนตรงหน้ากลับบอกว่าอยู่ในห้องของฝ่ายนั้นไปได้

“เอ๋?...ม..เมื่อกี๊ ซีวอนบอก..ว่า”

“จริงๆนะ ไม่เชื่อขึ้นไปดูสิ ซีวอนคงสับสน ใช่มั้ย?” ร่างสูงถอนหายใจคล้ายคนหงุดหงิดก่อนจะพยักหน้าตอบกลับไปและลุกขึ้นเดินนำฮัน คยองออกไปอย่างที่ฮีซอลว่า

“ตามไปสิ..” ร่างของผีเสื้อราตรีที่ตอนนี้เหลือเพียงตนเดียวที่อยู่ในห้องโถงใหญ่ยกยิ้ม ร้ายที่เห็นได้ชัดเจนบนใบหน้าสวย นาฬิกาเรือนที่ว่าว่าเป็นของตนถูกทำให้หายไปจากมือตนเองที่กำลังควงมันเล่น อยู่เพื่อที่มันจะไปปรากฏอยู่ในห้องของซีวอนอย่างเช่นที่เขาพูดเอาไว้เมื่อ ครู่

“ได้แกล้งคนน่ะสนุกดีไหมฮีซอล?”

“แล้วนายคิดว่าไงล่ะอีทึก” พูดจบก็สะบัดร่างลุกขึ้นเคลื่อนหายไปจากที่ตรงนั้นด้วยความไว ใบหน้างดงามของอีทึกส่ายโคลงไปมาด้วยความระอากับการเล่นไม่เลิกของผีเสื้อ ราตรี

“นายคงอยากจะให้ซีวอนเปลี่ยนร่างฮันคยองให้เป็นอมตะแบบพวกเราเร็วๆล่ะสิ ถึงได้ทำแบบนี้” เขาบ่นพึมพำคนเดียวก่อนเด็กหนุ่มร่างผอมจะปรากฏตัวขึ้น

“คงไม่ใช่วันนี้ใช่มั้ย ฮยอกแจ”

“ไม่...ครั้งนี้จะไม่เปลี่ยนให้เขาเป็นแบบเรา แต่ซีวอนจะได้ชิมเลือดบริสุทธิ์ที่ไหลออกมาจากกายอีกฝ่ายเองอย่างไม่เต็มใจ”

“หมายความว่า...”

“เป็นแบบที่พี่คิดนั่นแหล่ะพี่อีทึก...และ..เขาก็จะรู้ในอีกไม่ช้า ว่าที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นกับตนเอง” ผู้มีอำนาจสูงสุดในตระกูลหมดแรงลงทันทีที่ได้ยิน ถึงจะเตรียมใจมาแล้วว่าอย่างไรซีวอนก็ต้องพรากร่างกายของฮันคยองออกมาจากจิต ใจอันแสนบริสุทธิ์นั่นอยู่ดี แต่เขาไม่คิดว่ามันจะเร็วขนาดนี้

“ตลอดสองร้อยกว่าปีที่ฉันอยู่ที่นี่ ไม่เคยเกิดเรื่องแบบนี้เลย จะทำยังไงดีฮยอกแจ ฉันจะรับมันได้มั้ย ฉันไม่อยากให้มนุษย์ดีๆอย่างฮันคยองต้องมาเผชิญเรื่องแบบนี้เลย”

“มันเป็นโชคชะตาครับพี่อีทึก ต่อไปเขาก็จะรับมันได้เอง...และดูเหมือนพี่เองก็จะต้องข้องเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยเสียแล้ว”






TBC*

Talk : ตอนนี้ดูเฉื่อยๆนะ เพราะพลอตไม่มีในหัวเลย =”= ตอนหน้าฮันคยองจะรู้แล้วว่าอะไรเป็นอะไร ติดตามด้วยนะคะ เอาน้ำแข็งมาดับร้อนในกายด้วยเวลาอ่านพาร์หน้า ก๊ากกกกกกกก (สปอยเพื่อ?)






ขอแถมภาพ ผีเสื้อราตรี กับ เจ้าของผีเสื้อ ลีฮยอกแจเสียหน่อย ฮ่าาา




Posted Image




มันดูเหมือนคนรับใช้มากกว่าเจ้าของผีเสื้อว่ะ ="=

Favourites

dream12 View my profile