dream12 View my profile

SF-MINKEY

[SF] Day & Night

posted on 25 Apr 2010 02:05 by dream-12  in SF-MINKEY

Title :: Day&Night
Author :: dream12
Rate : PG13
Category :: drama romance
Pairing :: MinhoxKey




:::::::~ :::::::~::::::::~::::::::~Day &Night~ :::::::~::::::::~::::::::~ :::::::


ท่ามกลางความหนาวเหน็บของหิมะในเดือนกุมภาพันธ์ หลายคนต่างก็หลบอยู่ในที่พักอาศัยเพราะทนสู้กับความหนาวไม่ไหว แต่ยังมีใครคนหนึ่งที่ยอมยืนอยู่ที่เดิมมาเป็นเวลาหลายชั่วโมง เพื่อรอคอยความหวัง....

ความหวังที่ยังไม่มีทางเป็นไปได้....

มินโฮกระชับเสื้อโค้ทตัวหนาสีเข้มที่อุ่นกว่าเสื้อตัวอื่นที่มีอยู่  ลมหายใจถูกพ่นออกมาเป็นไอ และมือทั้งสองข้างก็ถูไปมาบรรเทาอาการชา

ผ่านไปแล้วกว่าสองชั่วโมงจนคนเดินผ่านไปมาเริ่มบางตา แต่เขาก็ยังคงไม่ยอมขยับไปไหน มินโฮยิ้ม เป็นรอยยิ้มฝืนแต่ไม่ได้หมายความว่ามันไม่ได้ออกมาจากใจ  ไม่ได้ยิ้มเพราะสมเพชตัวเอง แต่ยิ้ม...เพราะถึงยังไงเขาก็สามารถทำอย่างที่ใจคิดได้

คีย์ชอบอากาศหนาว คนรักของเขาที่อยู่อีกฟากโลกมีความฝันอยากเดท เดินจูงมือกับเขาในวันที่หิมะตก  ช้อปปิ้งและทานข้าวนอกบ้านที่บรรยากาศแสดงถึงความโรแมนติกเต็มไปด้วยปุยเกล็ดน้ำแข็ง
สีขาว

และกว่าเขาจะคิดทำแบบนั้น มันก็เป็นวันที่ไม่มีคีย์....

“ฉันไม่ได้บ้านะคีย์”

พูดกับตัวเองก่อนจะก้าวขาเดินออกจากที่นี่ ทิ้งไว้เพียงแต่รอยรองเท้าผ้าใบที่ไม่นานก็โดนหิมะที่เริ่มตกหนักปกคลุม


:::::::~ :::::::~::::::::~::::::::~Day &Night~ :::::::~::::::::~::::::::~ :::::::





ดึกแล้ว....แต่คีย์ยังคงนั่งชันขาข้างหนึ่งอยู่ริมหน้าต่าง ละอองน้ำไหลนองมาจากกระจกใสที่ถูกปิดแน่นทำให้มือบางอดไม่ได้ท่จะเกลี่ยให้มันเป็นรู
ปร่าง

อากาศที่นี่หนาวเย็น แต่ไม่มีหิมะที่เขาชอบ.....

เสียงสายฝนจากภายนอกกระทบกับระเบียงห้องยังคงดังให้เขาได้ยินเรื่อย มันเป็นแบบนี้มานานเท่าไหร่ คีย์ก็ไม่สามารถบอกได้ แต่ที่รู้...เขาไม่ชอบบรรยากาศแบบนี้

ข้อความที่ปรากฏบนกระจกใสทำให้คีย์ชะงักมือลงแล้วนั่งมองมันอยู่อย่างนั้นด้วยรอยยิ้
มบางที่ฉาบอยู่บนใบหน้าขาวแดงระเรื่อ

‘มินโฮ’

ป่านนี้จะเป็นอย่างไรบ้าง หลังจากที่เขาย้ายมาเรียนที่ออสเตรเลียก็ไม่ได้ยินเสียงหรือพบกันเลยซักครั้ง คีย์ไม่โทรกลับทั้งๆที่สองเดือนแรกฝ่ายนั้นโทรหาเขาเป็นบ้าเป็นหลัง ไม่ใช่ว่าหมดใจจึงไม่อยากได้ยินเสียงหรือไม่คิดจะใส่ใจ แต่ถ้ามันเป็นเหตุผลของคนรักกันที่ไม่อยากฟังเสียงเพราะความคิดถึงอาจทำให้เขาทิ้งอน
าคตที่มินโฮคอยเฝ้าบอกให้พยายามพังลง คีย์คงโทรหาฝ่ายนั้นทุกวันโดยไม่กลัวเปลือง

มีเพียงการส่งเมลเพียงครั้งคราวเท่านั้น เพื่อให้รู้ว่า ถึงยังไงเขาก็ไม่มีวันเปลี่ยนใจจากมินโฮแน่นอน...



:::::::~ :::::::~::::::::~::::::::~Day &Night~ :::::::~::::::::~::::::::~ :::::::



“นี่มิรา เธอว่าวาเลนไทน์ปีนี้ฉันจะได้ดอกไม้กี่ช่อ”

เสียงสาวๆในห้องกำลังถกเถียงกันเกี่ยวกับของขวัญวันแห่งความรักที่กำลังจะถึงในอีกไม
่ถึงสองอาทิตย์ มินโฮที่นั่งริมหน้าต่างโต๊ะหลังห้องเรียนตัวสุดท้ายยิ้มบางเมื่อท่าทางของเพื่อนๆใน
ห้องดูจะกระตือรือร้นเรื่องเทศกาลที่มิรากำลังพูดถึง

ก็แค่วาเลนไทน์....

มือหนาเปิดหนังสือเล่มบางที่อ่านค้างเอาไว้ขึ้นมาบดบังใบหน้าหล่อเหลา ก่อนดวงตาคมจะไล่อ่านตัวอักษรในกระดาษหยาบลายเก่าต่อ

ใครๆก็บอกว่าความรักมักจะอยู่เหนือความห่างไกล...
แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่า
คุณสามารถดูแลมันได้ดีมากขนาดไหน....

ข้อความในนั้นทำให้เขานึกย้อนกลับมาถึงตัวเอง มินโฮหยุดคิดทั้งๆที่ดวงตาคมยังไม่ละออกไปจากหนังสือ เขาถอนหายใจเพราะไม่รู้ว่าในขณะนี้เขาดูแลหัวใจตัวเองที่ยังคงอยู่ในหน้าอกข้างซ้ายท
ี่มีเพียงไม่ถึงครึ่งนั้นได้ดีเท่าใด

แต่ที่รู้...นอกนั้นเขาได้ให้อีกคนไปหมดแล้ว

เสียงลมพัดหวีดหวิวมาจากหน้าต่างบานหลังสุดเยื้องหลังเขาที่ปิดไม่สนิทนั้นทำให้เพื่
อนในห้องต้องตะโกนบอกว่าให้ช่วยปิดให้ที ก่อนที่ห้องทั้งห้องจะกลายเป็นน้ำแข็ง

และตอนนั้นเอง ที่เขารู้ว่า....หิมะตก

หนังสือเล่มนั้นถูกวางลงบนโต๊ะเล็คเชอร์ก่อนที่ร่างกายของมินโฮจะขยับลุกยืนทั้งๆที่
ยังคงไม่ละออกจากเกล็ดน้ำแข็งสีขาวที่ร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า

 

มินโฮ จะทำยังไงไม่ให้หิมะละลายล่ะ’

ร่างบางที่เอนศรีษะซบกับลาดไหล่ของเขาพูดขึ้นพร้อมกับมือบางที่แดงก่ำยื่นออกไปข้างห
น้ารองรับปุยไอน้ำสีสะอาดที่หล่นลงมาเต็มพื้นถนน

‘หิมะก็เป็นน้ำแข็งนะ จะไม่ให้ละลายได้ยังไง’

คนรักของเขาทำหน้ายุ่งก่อนจะสะบัดหน้าด้วยอาการงอนเต็มที่เพราะอีกฝ่ายพูดไม่ถูกใจ มินโฮยิ้มก่อนจะขยับมืออ้อมไปกอดเอวคีย์แล้วกระชับเข้ามาใกล้ตัวเมื่อฝ่ายนั้นทำท่าจ
ะออกห่างดิ้นหนี แต่เพียงไม่นานก็ต้องหยุดเพราะยังไงก็หนีไม่พ้นอยู่ดี

‘โกรธหรอ’

‘ไม่มั้ง’

มินโฮหัวเราะในลำคอเมื่อคนรักเถียงกลับด้วยถ้อยคำประชดประชัน เขากดริมฝีปากลงกับแก้มใสของคีย์แรงๆด้วยความหมั่นเขี้ยวจนฝ่ายนั้นตีเพี๊ยะเข้าที่แ
ขนด้วยความเขิน

“ทำอะไรเนี่ย ไม่อายคนอื่นหรือไง”

ตวาดออกไปด้วยใบหน้าที่แดงก่ำก่อนจะก้มลงมองปลายเท้าที่กำลังเขี่ยพื้นเล่น

‘ทำไมถึงชอบหิมะล่ะคีย์’

เมื่อเกิดความเงียบอยู่เพียงครู่มินโฮก็เอ่ยถามคนรักขึ้นมา คีย์เงยหน้าขึ้นมองคนข้างกายก่อนจะตอบคำถามด้วยใบหน้ายิ้มแย้มร่าเริง

‘ก็หิมะสีสะอาดดี แถมยังเย็นอีกต่างหาก ถ้าได้เอามาเก็บไว้ในบ้านตอนหน้าร้อนนะยิ่งดีเลย จะได้ไม่เปลืองแอร์ อีกอย่างนะเสื้อผ้าก็เลือกใส่ได้เยอะดี นายก็รู้ว่าเราชอบแต่งตัว...’

เสียงหวานที่กำลังเอื้อนเอ่ยไปเรื่อยนั้นกลับเงียบลงเนื่องจากกลีบปากนุ่มกำลังถูกบด
เบียดด้วยความไม่ทันตั้งตัว ใบหน้าหวานเริดขึ้นเมื่อมือใหญ่ประคองจับให้เอียงรับองศาปรับมุมให้มอบความหวานถนัด คีย์เบิกตาค้างอย่างนึกไม่ถึงว่าคนรักจะกล้าทำแบบนี้ในที่สาธารณะและเมื่อได้สติมือบ
างก็กระหน่ำทุบรัวเข้ากับอกของอีกฝ่าย

‘อื้อ....ฮะ...จ...จูบเราทำไม’

ลิ้นสีสดแลบเลียริมฝีปากตัวเองก่อนจะตอบออกไปให้อีกคนหน้าแดงยิ่งกว่าเดิม

‘ก็อยากพูดเยอะทำไม แล้วปากนายก็ยั่วให้ฉันอยากจูบมันเองนี่’

‘ไอ้บ้า!’



“เฮ้ย! มินโฮยืนเหม่ออะไรวะ เพื่อนจะแข็งตายกันอยู่แล้วนะเว้ย”

มินโฮสะดุ้งก่อนจะหันไปหาต้นเสียงที่ทำให้เขาหลุดออกจากภวังค์วันเก่าๆที่เคยอยู่ด้ว
ยกันกับคีย์ เขาส่ายหัวก่อนจะจัดการปิดหน้าต่างและกลับไปนั่งที่เดิมสะบัดหัวไล่ความคิดนั้นออกไป

ไม่ใช่ไม่อยากนึกถึง....
แต่ถ้าเขาคิดมากๆ....มันจะทำให้เขายิ่งคิดถึงอีกฝ่ายมากจนเกินไป


:::::::~ :::::::~::::::::~::::::::~Day &Night~ :::::::~::::::::~::::::::~ :::::::



ผ่านมาแล้วเกือบอาทิตย์ แต่การดำเนินชีวิตของคีย์ก็ไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิม เขายังคงตื่นเช้าออกมามหาวิทยาลัยกินข้าวเดินกลับบ้านเข้านอนตามปกติ แล้วก็ยังคงคิดถึงใครอีกคนอย่างที่เป็นอยู่ทุกวัน

เสียงโหวกเหวกโวยวายของเพื่อนในกลุ่มทำให้เขาหยุดสายตาจากหนังสือก่อนจะหันไปมองทางน
ั้น คีย์ขมวดคิ้วก่อนจะส่ายหัวยิ้มๆเมื่อเหตุการณ์ที่ทำให้เพื่อนๆของเขาเสียงดังคืออะไร

สารภาพรัก....

 

‘คีย์...’

ร่างที่ยืนทำความสะอาดจานชามอยู่นั้นหันศีรษะมาเลิ่กคิ้วถามแล้วกลับไปสนใจสิ่งตรงหน
้าต่อ  มินโฮยืนแนบแขนไปข้างลำตัวอย่างเก้ๆกังๆเพราะไม่รู้จะทำตัวยังไงในสถานการณ์แบบนี้ เสียงเพลงที่คีย์ฮัมในลำคออย่างอารมณ์ดีทำให้ฝ่ายนั้นลังเลว่าควรจะพูดอะไรออกไปตอนน
ี้ดีหรือเปล่า

‘คีย์...’

‘อื้อ ว่าไงล่ะมินโฮ เรียกเราสองรอบแล้วนะ’

หันหน้ามาเอ่ยเสียงล้อก่อนจะหันกลับไปทางเดิมใหม่ คีย์สวมผ้ากันเปื้อนสีส้มสดใสลายการ์ตูนน่ารักที่คนที่กำลังยืนทำหน้ายุ่งอยู่ด้านหล
ังซื้อให้เนื่องในโอกาสอยากซื้อ เพราะเห็นว่าเวลาเขาใส่คงจะดูเข้ากันดี

มินโฮขยับปลายเท้าเข้าไปใกล้ร่างบางจนเกือบแนบชิดโดยไม่รู้ตัว แต่เหมือนมีแรงดึงดูดให้ทำแบบนั้น มือหนาที่กำแนบเอาไว้ข้างกายนั้นค่อยๆยกขึ้นมาคล้ายควบคุมตัวเองไม่ได้

‘อ๊ะ! มินโฮ! ตกใจหมดเลย เล่นอะไรของนายเนี่ย’

เอวบางถูกสวมกอดเอาไว้แน่นจากด้านหลัง คีย์หน้าแดงก่ำเพราะเขินแล้วเขาก็ตกใจจริงๆไม่ได้คิดจะกลบเกลื่อนความอาย เพราะมินโฮเพื่อนสนิทของเขาไม่เคยทำแบบนี้

‘คีย์...’

‘นี่ อะไรของนายเรียกชื่อเราอยู่ได้กลัวลืมหรือไง แล้วก็ปล่อยด้วย’

พูดออกไปทั้งๆที่ใบหน้าใสนั้นยังคงก้มงุดๆ มือบางก็ยังคงเปรอะเปื้อนฟองน้ำยาทำความสะอาดอยู่  คีย์สะดุ้งเมื่อรับรู้ถึงความหนักที่วางทับลงบนไหล่เล็กข้างขวาของเขา  ลมหายใจอุ่นรินรดต้นคอทำให้ผิวหนังส่วนประสาทสัมผัสนั้นลุกชัน หัวใจดวงน้อยเต้นโครมครามคล้ายจะหลุดออกมาข้างนอก

‘ฉันรักนายนะ’

ถ้อยคำที่พูดเหมือนกับไม่จริงจังอะไร แต่สำหรับคีย์มันยิ่งใหญ่ซะจนท่วมท้น เป็นเพราะคนพูดคือมินโฮ มินโฮคนที่เขาคบมาเกือบสิบปี มินโฮคนที่ไม่สามารถพูดคำว่ารักออกมาง่ายๆ

‘คบกันเถอะ’

หลังจากนั้นคีย์ก็ไม่รู้ว่าตนเองนั้นพยักหน้ารับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ก็ไม่เคยคิดว่าอีกฝ่ายจะพูดออกมาโดยไม่ให้เขาทันตั้งตัวแบบนี้



“คีย์กลับกันเหอะ”

ใบหน้าหวานหันกลับมามองคนทักหลังจากที่นั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อย  คีย์พยักหน้ากลับเพื่อนชาวเกาหลีเซคเรียนเดียวกันกับเขาก่อนที่จะเก็บข้าวของใส่กระเ
ป๋าแล้วลุกเดินตามออกไป

ไม่เคยพยายามลืม
และไม่คิดอยากจะลืม.....


:::::::~ :::::::~::::::::~::::::::~Day &Night~ :::::::~::::::::~::::::::~ :::::::



เมื่อตะวันลับตา แสงสว่างจากดวงจันทร์และไฟข้างทางก็เข้ามาแทนที่  ทางเดินสองข้างถูกประดับเต็มไปด้วยดอกกุหลาบสีแดง และของน่ารักต่างๆนานา เสียงแม่ค้าพ่อค้าพยายามเรียกลูกค้าเข้าร้านนั้นดังโหวกเหวกซะจนหนวกหู รวมไปถึงเสียงพูดคุยของเด็กสาววัยรุ่นในชุดมัธยมที่ดูจะตื่นเต้นกับวันเทศกาลที่จะมา
ถึงไม่น้อย

มินโฮหลบผู้คนที่เดินสวนไปมาอย่างแออัด เขากระชับผ้าพันคอผืนโปรดที่คนรักถักให้จนเกือบมองไม่เห็นปลายจมูก

อากาศหนาว แต่สาวๆพวกนี้ก็ไม่หวั่นที่จะเลือกซื้อของขวัญวันวาเลนไทน์....

ถอนหายใจออกมา ไม่ใช่เพราะเหนื่อยหน่าย แต่มองไปที่ใดก็พบแต่ของที่แสดงถึงความรักมอบให้  ทำยังไงได้...ก็เขาอิจฉานี่นา

วันนี้พื้นถนนโล่งไม่มีเกล็ดหิมะอย่างที่เขานึกถึง อันที่จริงมันเป็นแบบนี้มาสามสี่วันแล้ว.....

“คิดถึงจะตายอยู่แล้วนะ”

พูดลอยๆออกมาเมื่อตอนนี้เขารู้สึกใจหวิวชอบกล มินโฮเดินเรื่อยเปื่อยคิดนู่นนี่จนมาหยุดอยู่ที่สนามเด็กเล่นลานกว้างที่เขามักจะมาน
ั่งเล่นกับเพื่อนๆและคีย์เป็นประจำ นั่งลงที่เก้าอี้ไม้ตัวยาวที่อยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ จากมุมนี้เขาจะมองเห็นบรรยากาศภายในสวนโดยรอบ มินโฮเอนหลังพิงด้วยท่าสบายๆก่อนจะหลับตาลง

‘พระเจ้าครับ ได้โปรดช่วยให้ความหวังของผมเป็นจริงด้วยเถิด’

“กลับมาหากันบ้างได้มั้ย...คีย์”



:::::::~ :::::::~::::::::~::::::::~Day &Night~ :::::::~::::::::~::::::::~ :::::::



เสียงฝีเท้าที่ฟังดูเร่งรีบนั้นเรียกให้ผู้คนแถวนั้นต้องหันไปมองตาม  ชายหนุ่มเสื้อเชิ๊ตแขนยาวสีฟ้าไม่ติดกระดุมจึงเผยให้เห็นเสื้อยืดลายตัวอักษรภาษาอัง
กฤษข้างในนั้นกึ่งเดินกึ่งวิ่งซะจนเพื่อนตะโกนถามไม่ทัน   

มินโฮก้าวขายาวของตัวเองพร้อมกับมือก็พยายามที่จะเก็บหนังสือลงกระเป๋าไปด้วย หลังจากที่เขาได้รับข้อความปริศนาที่ส่งมาทางมือถือ มินโฮก็ไม่รอช้าที่จะไปตามนัดอย่างที่ใครบางคนส่งมา รีบซะจนลืมเสื้อโค้ชกันหนาวตัวเก่งของตัวเอง

‘เจอกันที่เดิมนะ'

ไม่นานเขาก็มาถึงสถานที่ที่มินโฮเพิ่งจะมาครั้งสุดท้ายเมื่อวาน สายตาคมกวาดตามองรอบบริเวณนั้นแต่ก็ไม่พบใครนอกจากเด็กเล็กที่วิ่งเล่นกันเกือบเต็มส
นาม

“แฮ่ก...แฮ่ก...ไม่..นะ”

เสียงทุ้มแหบพร่าเนื่องจากหายใจไม่ค่อยสะดวกนัก ชายหนุ่มท้าวแขนลงกับพนักพิงของเก้าอี้ไม้ใกล้ตัวก่อนจะค่อยๆทรุดตัวนั่งลงไปอย่างคน
หมดกำลังใจ

ไม่ว่าอะไรก็ตามที่สามารถทำให้เขาวิ่งมาถึงที่นี่ได้ในเวลาไม่ถึงยี่สิบนาทีทั้งๆที่
มันห่างจากมหาวิทยาลัยของเขาอยู่มากแต่ก็ไม่ได้เหน็ดเหนื่อยเลยในตอนที่ใช้แรงทั้งหม

รีบพาตัวเองมาให้ถึงจุดหมายให้เร็วที่สุด  แต่พอพบว่าสิ่งที่เขาเฝ้าหวังให้มันเป็นจริงเข้าสักวันสูญเปล่าไปต่อหน้าต่อตามันก็ก
ลับทำให้กำลังใจเสียจนอยากจะร้องไห้ออกมาดังๆ

มินโฮก้มหน้าลงกับฝ่ามือเย็นเฉียบของตัวเองและพรรณนาโทษตัวเองอยู่ในใจว่าถ้าเขาไม่ป
ิดเครื่องโทรศัพท์เพราะติดสอบควิชใหญ่ล่ะก็...ป่านนี้เจ้าของข้อความปริศนาอาจจะยังน

่งรอเขาอยู่ที่ไหนซักแห่งในสวนสาธารณะนี่ก็เป็นได้

ข้อความนั้นส่งมาตอนบ่ายสองโมงยี่สิบสามนาทีเท่าที่เขาดูจากโทรศัพท์ เครื่องบางมันบอกแบบนั้น แต่เขาปิดเครื่องตั้งแต่ยังไม่บ่ายสองเลยด้วยซ้ำพอออกมาจากห้องสอบเปิดเครื่องอีกทีก
็ตอนกินข้าวอยู่และนึกขึ้นได้ว่าลืมเปิดมันเท่านั้นน่ะแหละ....ก็สายไปแล้ว เพราะมันเลยมาไม่ต่ำกว่าเกือบสี่ชั่วโมง

แล้วใครที่ไหนจะมาบ้านั่งรอเขาทั้งที่อากาศมันหนาวแบบนี้...

คิดแล้วก็ปวดใจ น้ำตาเม็ดใสกลิ้งคลอหน่วงอยู่เต็มสองเบ้าตา ชายหนุ่มเงยหน้าเพื่อระงับไม่ให้มันไหลลงมา เขาอยากร้องไห้ แต่ไม่ใช่ร้องแบบเงียบๆ อยากร้องไห้และตะโกนด่าตัวเองให้ดังๆให้รู้ว่าช่างโง่เง่าสิ้นดี

ท้องฟ้าเริ่มมืดลง ดวงอาทิตย์ที่เคยส่องแสงกลับกลืนหายเข้าไปในกลีบเมฆและปรากฏพระจันทร์เต็มดวงขึ้นมาแ
ทนที่ ชายหนุ่มเริ่มรู้สึกตัวว่าเขาเองควรจะกลับบ้านและให้พี่ชายสืบดูว่าเบอร์ปริศนานั้นส
่งข้อความมาจากที่ใด เพราะหลังจากที่เขาพยายามลองโทรหลายครั้งมันก็ถูกตัดเข้าสู่ระบบฝากข้อความทุกครั้งไ


ไม่ใช่คนส่งมาเขาโกรธจนไม่อยากรับสายหรอกนะ....

:::::::~ :::::::~::::::::~::::::::~Day &Night~ :::::::~::::::::~::::::::~ :::::::


“กลับมาแล้วครับ”  เอ่ยอย่างเป็นปกติทุกครั้งหลังจากกลับมาบ้าน แล้วพอไม่ได้ยินเสียงตอบรับก็เพิ่งจะตระหนักได้ว่าพี่ชายของเขาไม่อยู่ไปทำธุระที่ต่
างจังหวัด คิดได้ดังนั้นก็ขยี้ศีรษะตัวเองจนมันยุ่งไปหมดก่อนจะกระแทกตัวนั่งลงบนโซฟากลางห้องน
ั่นเล่น


“เฮ้อ...!”

นอนแผ่หราลงไปกับเบาะนุ่มสีเทา มือข้างขวายกขึ้นก่ายหน้าผากแล้วหลับตาลงก่อนจะนึกไปถึงวันหนึ่งในขณะที่เค้ากำลังพั
กสายตาจากการอ่านหนังสือ



ตากลมปิดสนิทมือข้างที่ไม่ได้พาดลงไปบนศีรษะถือหนังสือที่คว่ำอยู่บนอกตัวเองและหลับ
ตาซึมซับบทเรียนที่เคยถูกสั่งสอนมา

‘แหน่ะ....แอบมาหลับอีก’

เขาได้ยินแล้วล่ะว่าเสียงนั้นเป็นของเพื่อนบ้านที่สนิทกันตั้งแต่เล็กจนโตแล้วยังกลา
ยมาเป็นคนรักอีกอย่างคีย์ แต่ก็แกล้งทำเป็นไม่สนใจเพราะอยากจะรู้เสียจริงว่าจะทำอะไรกับเขาต่อไป

มินโฮยิ้มมุมปากเล็กน้อยเมื่อกลิ่นหอมฉุยที่ส่งออกมาจากครัวนั้นเป็นเพราะพ่อครัวตัว
เก่งที่กำลังปรุงอาหารมื้อเย็นนั้นกำลังคิดอยากยั่วน้ำลายเขาเพื่อที่จะได้ตื่นขึ้นม

จากนิทราที่เจ้าตัวคิดไปเองว่าเขากำลังเป็นอยู่

พอนึกมาถึงตรงนี้แล้วไอ้กลิ่นที่ว่าก็เหมือนจะลอยตามออกมาจากห้วงความคิดของเขาเลยที
เดียว...

ไม่นานเสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นก่อนจะมาหยุดลงข้างโซฟาสีเทาตัวเดิม คีย์พยามส่งเสียงกระแอมไอแต่ก็ไม่เป็นผลดูเหมือนเขาเองจะกำลังอยากแกล้งมากกว่าเดิมด
้วยซ้ำ

‘ฮ้า...ของโปรดใครนะ ถ้าไม่กินจะให้พี่จินกิกินซะให้หมดเลยดีมั้ยน๊า’

เขาพูดยั่วเพราะรู้ดียิ่งกว่าใครว่าพี่ชายตัวเองนั้นตะกละเกินห้ามได้เพราะมักจะชอบแ
ย่งของโปรดของมินโฮทุกครั้งที่ได้เห็นว่าคีย์กำลังทำของโปรดให้ตัวเขาเอง


‘เฮ้อ...หลับแบบนี้เอาไปให้พี่ชายกินดีกว่า... ไปละนะ’

หมับ!

แขนแกร่งของมินโฮโอบรัดเอวบางเข้ามาหาตัวในขณะเดียวกันอีกฝ่ายก็ส่งเสียงร้องตกใจที่
ไม่ทันได้ตั้งตัวก็โดนกอดหมับเข้าด้านข้าง ดีที่คีย์ถือจานเอาไว้แน่นพอที่จะไม่ทำให้มันตกลงพื้นเสียดายของ

‘เล่นบ้าอะไรเนี่ยมินโฮ ถ้าเกิดเราทำจานตกแตกไปจะว่าไง’

คีย์เอ่ยเสียงแกมดุแต่ท่าทางของเขามันน่าขำเสียมากกว่า มินโฮยิ้มกว้างพลางคว้าจานที่มีอาหารสุดโปรดเข้ามาแล้วหยิบส้อมตักกินซึมซับความอร่อ
ยที่มันออกมาทางสีหน้ามากเกินเสียจนคนทำเกิดการหมั่นไส้

‘มากไปมั้ง เว่อร์!’

พูดจบก็เดินกระแทกเท้าหายเข้าไปในครัว มินโฮยิ้ม...ที่เขายิ้มเพราะเห็นว่าใบหน้าที่เขาหลงใหลนั้นแดงเป็นลูกมะเขือเทศสุก



ความคิดหยุดลงพร้อมกับใบหน้าของคีย์ที่ก้มหน้างุดหูดำหูแดงนั้นค่อยๆเลือนจางหายไป แต่ทำไมกลิ่นหอมๆถึงได้ลอยออกมานอกความคิดเขาแบบนี้ได้

มินโฮคิดว่าตัวเองคงประสาทไม่ก็เสียใจมากเกินไปทำให้เกิดอาหารหลอนและประสาทการรับรู้นั้นพังไปชั่วขณะได้กลิ่นนู่นนี่ ได้ยินเสียงหวานๆของคนที่เขารักร้องเรียกให้ไปทานข้าวเย็น และอาจจะตาพร่ามัวเห็นคีย์ตัวเป็นๆมายืนเท้าเอวทำหน้าหาเรื่อง ในมือข้างหนึ่งถือช้อนคนแกงเอาไว้ในมือ

“บ้าไปแล้วจริงๆว่ะ”

บ่นพึมพำแล้วขยับหันหน้าเข้าหาพนักพิงโซฟาตัวใหญ่ แต่ยังไม่ทันไรเสียงนั้นก็ร้องเรียกเขาเสียงดังอีกครั้ง

“หนอยย...กลับบ้านช้าให้คนอื่นรอห้าหกชั่วโมงยังทำเมินกันอีกนะไอ้คุณชายเอเลี่ยน!!!”

เอเลี่ยน?....คีย์เรียกเขาคำนี้นี่นา แต่ในตอนนั้นที่คิดเมื่อกี๊ไม่ได้เรียกแบบนี้นี่ ห๊ะ!

“ห๊ะ!!!”

มินโฮสะดุ้งแทบจะทำให้คนที่ยืนอยู่ข้างโซฟากระโดดถอยออกไปตั้งหลัก แต่ยังไม่ทันที่เขาจะเซล้มหรืออ้าปากพูดอะไรฝ่ายนั้นก็กอดแน่นเสียจนช้อนในมือร่วงลงพื้น

“ตบฉันสิ ถ้ามันไม่ใช่ความฝันก็ตบฉันนะคีย์...ขอร้อง”

เสียงของมินโฮดูสั่นเสียจนคนถูกท้านิ่งงันทำอะไรไม่ถูก

“ก็นายกอดฉันแน่นแบบนี้แล้วฉันจะตบนายได้ยังไง”

คีย์พูดเสียงเบาจนถ้าไม่ติดว่าริมฝีปากบางอยู่ชิดใบหูมินโฮมากไปเขาคงคิดว่าเป็นแค่เ
สียงลมพัดหวีดหวิว ดวงใจสองสองดวงที่เต้นแรงอยู่บนอกของกันและกันนั้นทำให้ความสุขลอยอบอวลอยู่รอบกายเขาสองคน

“กลับมาแล้วหรอ” ในที่สุดมินโฮก็เป็นคนพูดออกมาหลังจากที่ยืนกอดกันนิ่งแบบนั้นอยู่นาน

“ยัง”

“ห๊ะ”

“ไม่ได้กลับมาถาวรแต่กลับมาหาคนบางคน แต่พอกลับมาก็โดนปล่อยให้รอนานเกือบครึ่งวัน คิดว่าจะกลับละถ้านายไม่มาในอีกห้าวินาที”

“โธ่...ขอโทษก็สอบอยู่นี่” ชายหนุ่มร้องโอดครวญจนคนฟังนึกหมั่นไส้ยกแขนที่กอดเอวร่างสูงเอาไว้ขึ้นเคาะกะโหลกหนาเบาๆ

“แล้วทำไมเพิ่งกลับล่ะ เรารอตั้งนานนะ กะว่าจะเอาไปให้พี่ชายกินจริงๆแล้วเนี่ย”

“ก็ไปอยู่ที่เดิมที่นายส่งข้อความมาน่ะสิ” ประโยคนั้นทำเอาคนรอคำตอบขมวดคิ้วก่อนจะดันตัวเองออกมาจากอ้อมกอดอุ่นที่เคยเฝ้ารอแล้วเอ่ยถามออกไปอีกครั้ง

“ที่เดิม?....อ่ะ ไม่ใช่ละ สงสัยเจ้านั่นพิมพ์ผิดแน่เลย”  พึมพำคำหลังกับตัวเองแต่คนที่กำลังไล้นิ้วมือลงบนแก้มเนียนที่ดูมีน้ำมีนวลขึ้นกว่าเมื่อก่อนเบาๆนั้นต้องเลิกคิ้ว

“เจ้านั่น?...ใครหรอ”

“ก็แทมินน่ะสิ พอดีไปเจอกันตอนฉันออกไปซูปเปอร์มาเก็ตน่ะ เจ้าตัวยุ่งดีใจใหญ่เลยแต่ต้องเข้าไปดูหนังกับพี่จงฮยอนเลยไม่ได้คุยอะไรกันมากเท่าไหร่ จะว่าไปก็ยังดูรักกันดีนะเนี่ย อ๊ะ...มินโฮ”

“รู้มั้ย...ฉันแทบบ้าพอไปที่สวนสาธารณะแล้วไม่เจอนายรออยู่ โอ้ยคีย์...หัวใจของฉันกำลังจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆเลยนะนั่น ทำไมสุดท้ายเรื่องเป็นแบบนี้ล่ะเนี่ย โอย~”

เสียงหัวเราะดังแว่วขึ้นมาจนมินโฮที่รวบตัวคนที่ทำให้เขาเป็นโรคประสาทขึ้นทุกทีเข้า
สู่อ้อมกอดอีกครั้ง มินโฮรู้สึกอย่างที่พูดออกไปจริงๆ เขาเกือบจะตายถ้าไอ้เรื่องที่เกิดขึ้นมันเป็นแบบนั้น แต่เมื่อพอรู้ว่าคีย์ตัวเป็นๆยืนอยู่ตรงหน้าให้เขาได้กอดและเรื่องที่เกิดขึ้นคือความเข้าใจผิดของเขา คีย์ไม่ได้โกรธและหนีกลับไปก่อนที่จะได้เจอเขา มันยิ่งทำให้ใจของมินโฮเบาโหวงเหมือนที่เท้าเขามีปีกที่จะสามารถลอยไปที่ไกลๆได้ยังไงอย่างงั้น

“คิดว่าเราจะหนีกลับหรอไง ....เชอะ...ถึงเราจะขี้งอนแต่ก็ไม่ได้สิ้นคิดนะ” เสียงหวานบ่นอู้อี้อยู่บนแผงอกของร่างสูง มินโฮลอบยิ้มอย่างโล่งใจและรู้สึกเป็นสุขในคราวเดียวกัน อ้อมแขนแกร่งโอบกระชับกายของคนรักเข้ามาแนบตัวยิ่งขึ้นแล้วฝังใบหน้าลงไปบนกลุ่มผมนุ่มสูดดมความหอมของแชมพูกลิ่นโปรดที่เจ้าตัวยังคงใช้อยู่ไม่เปลี
่ยน

“นานเท่าไหร่แล้ว...”

“สองวันเอง”  

“หือ?”

“ก็ไม่ได้สระผมมาสองวันเองไง ฮ่าๆ” จากนั้นทั้งคู่ก็หัวเราะกันออกมาด้วยความสุข กลิ่นอายของความรักอบอวลไปทั่วและหลังจากนั้นพวกเขาทั้งคู่ก็เริ่มรับประทานอาหารกัน นั่งคุยกัน กอดกัน จูบกัน แสดงความรักอันแสนอบอุ่นให้แก่กันและกัน

“นี่...” เสียงทุ้มดังขึ้นเรียกเบาๆในขณะที่พวกเขากำลังนอนกอดกันดูดวงดาวที่ส่องสว่างอยู่บนท้องฟ้า “เรียนจบแล้วรีบกลับมานะ ฉันจะจัดงานแต่งงานรอที่สนามบินเลยดีมั้ย?”

“อืม...ก็ดีเหมือนกัน ”  สิ้นคำตอบรับพวกเขาก็จูบกันอีกครั้ง อีกครั้ง และอีกครั้งจนกระทั่งเข้าสู่เช้าวันใหม่ทั้งคู่ก็ยังไม่ผละออกจากอ้อมกอดของกันและกัน ความอบอุ่นที่ส่งผ่านออกมาทางร่างกาย คำพูด มันก็ยังไม่เท่ากับความรู้สึกที่ทั้งคู่มีให้แก่กัน ไม่ว่าจะนานเพียงใด อยู่ห่างไกลกันขนาดไหน ไม่ได้เจอหน้ากันกี่เดือน กี่ปี ถึงยังไงพวกเขาก็ยังจะรักกันตราบเท่าที่ทั้งมินโฮและคีย์จะสามารถมีความรักได้ แต่มันก็คงไม่มีวันที่จะมีวันนั้นเช่นกัน...



NEVER ENDING


Favourites

dream12 View my profile