Deeply Love [END]
posted on 25 Apr 2010 01:47 by dream-12 in Deeplylove
Title :: Deeply Love
Author :: dream12
Category :: Romantic/Comedy
Pairing :: MinhoxKey & JonghyunxTaemin
OPV Deeply Love
++++++DEETLY LOVE++++++
“อันนี้ของจิน และ อันนี้ก็ของพีมินโฮ”
เสียงเล็กเอ่ยพูดตามประสา มินโฮมองน้องที่กำลังเลือกของออกจากถุงพลาสติกที่เจ้าตัวหิ้วมาหลังจากออกไปตลาดกับพ
่อของตัวเอง ริมฝีปากหนาแย้มยิ้มเมื่อเห็นว่าฮยอนจินลังเลเล็กน้อยที่จะเอาของโปรดของตนยกให้เขา
น้องมองหน้าพี่ชายสลับกับมองขนมที่อยู่ในมือแล้วก็ถอนหายใจเบะปากคล้ายจะร้องไห้ แต่ก็ยอมยื่นมือเล็กที่ถือห่อนั้นมาที่มินโฮทั้งๆที่ยังก้มหน้าก้มตาเสียดาย
มินโฮแกล้งหยิบออกมาจากมือเล็กแล้วสังเกตเด็กซนที่นั่งข้างๆว่าจะมีปฏิกิริยาอะไรบ้า
ง น้องถอนหายใจก่อนจะเหลือบตามองของโปรดในมือของพี่ชายแล้วก็ทำเป็นหยิบนู่นนี่ต่อทั้ง
ๆที่สายตาก็ยังคงแอบมองขนมชิ้นนั้นอยู่เรื่อยๆ
ทำไงได้ก็ขนมชิ้นนั้นมินโฮก็ชอบ ฮยอนจินก็ชอบ แล้วในร้านมันดันเหลือแค่ชิ้นเดียวซะด้วยสิ............
“ อื่อ...แค่กๆ.. ”
มินโฮยื่นกลับคืนน้องพร้อมส่งเสียงในลำคอที่มักจะเกิดอาการทุกครั้งตอนมีเสียงออกไป เขาพูดไม่ได้ แต่ก็พยายามที่จะเปร่งเสียงออกมาเผื่อวันนึงเสียงทุ้มที่คอยดังดุฮยอนจินจะดังให้ได้
ยินอีกครั้งนึง
เด็กน้อยยิ้มร่าเมื่อพี่ชายส่งขนมสุดโปรดกลับมาให้ ฮยอนจินคว้ามันออกจากมือมินโฮโดยไม่รอช้าและแกะห่ออย่างไม่รีรอ จนมินโฮต้องเอื้อมมือไปขยี้ศีรษะทุยๆนั้นอย่างหมั่นเขี้ยว
เสียงเปิดประตูทำให้ชายหนุ่มหันไปมองแทบจะทันที มินโฮได้แต่หวังว่าคนที่เดินเข้ามาจะเป็นร่างบางของคนที่เขารักเสมอไม่เคยเปลี่ยนแปล
งและไม่เคยลืมเลือน แต่ยิ่งหวังเท่าไหร่ก็ไม่เคยเลยที่จะได้เห็นใบหน้าขาวใสโผล่เข้ามาในห้อง
กี่วันที่เขาต้องซึมเศร้าเพราะคิดมาก กลัวว่าท้ายสุดสิ่งที่เคยอยากให้เป็นจะเป็นไปอย่างที่ตั้งใจทั้งหมด มินโฮเกลียดตัวเองที่เป็นแบบนี้ เพราะชอบทำอะไรที่ไม่ตรงกับใจ ชอบทำให้ตนเองเจ็บปวดใจ ชอบรักคนอื่นมากกว่ารักตัวเอง และสุดท้ายคนที่มานั่งมองความสุขท่ามกลางความทุกข์คือตัวของเขาเอง
“ วันนี้เป็นไงบ้าง ขยับไหวมั้ย ”
เขาส่ายหัวเมื่อพ่อถามออกมา ขายาวไร้เรี่ยวแรงเกินกว่าจะขยับ วันนึงเขาได้แต่คอยใช้มือและแขนช่วยพยุงร่างกายตัวเองขึ้นนั่งพิงหรือทำอะไรหลายอย่า
งที่บางทีเกิดรู้สึกเบื่อขึ้นมา
มินโฮอึดอัดที่เขาไม่สามารถพูดได้อย่างก่อน แต่การที่ไปไหนมาไหนไม่ได้เหมือนเก่ามันทำให้เขาอยากหนีไปให้พ้นๆหน้าคนที่นี่เพราะไ
ม่อยากให้พ่อตนเองและฮยอนจินหรือใครต่อใครต้องมาลำบากเพราะเขา
มือหนาที่เริ่มเหี่ยวย่นตามวัยบีบนวดบริเวณต้นขาตลอดไปจนถึงข้อเท้าเบาๆ เพื่อให้เส้นที่ยึดและไร้เรี่ยวแรงนั้นสามารถยืดหยุ่นได้บ้าง มินโฮเบ้หน้าเมื่อรู้สึกว่าเขาเจ็บ
ฮยอนจินนั่งดูปู่บีบนวดให้พี่ชายพร้อมกับหยิบขนมเข้าปากเป็นระยะโดยไม่ลืมที่จะยื่นเ
ข้าปากมินโฮและส่งให้ปูที่กำลังนวดให้พี่ชายบ้าง น้องนั่งตาแป๋วอาสาอยากจะทำให้เซ้าซี้ซะจนพ่อมินโฮทนไม่ไหวจัดการจับมือเล็กมาบีบนวด
แทนตัวเขาเอง
“ ถ้าพี่คีย์อยู่ จินไม่ได้ทำหรอก ”
เสียงเล็กเอ่ยเจื้อยแจ้วไปตามประสาแต่มินโฮไม่มีอารมณ์ยิ้มเอ็นดูเหมือนอย่างเคย เขาก้มหน้านิ่งคิดถึงใครอีกคนที่น้องเพิ่งพูดถึงไปเมื่อครู่แล้วก็ใจหาย
สองอาทิตย์กว่าแล้วคีย์ยังไม่กลับเลย...
++++++DEETLY LOVE++++++
เสียงหัวเราะสดใสของแทมินดังเป็นระยะ หลังจากที่เขาแวะมาเยี่ยมร้านของฮยอน คีย์นั่งยิ้มไปตามเรื่องราวที่สองคนตรงหน้าเล่าและแอบทะเลาะง้องแง้งเถียงกันตามประส
าคนรัก
เสร็จจากเรื่องเรียนคราวนี้กลับไปแดกูคงจะได้ดูแลมินโฮอย่างสบายใจซักที ไม่ต้องมีหลายเรื่องมากังวลเหมือนแต่เก่า ร่างบางนั่งท้าวคางนั่งเหม่อเมื่ออีกสองคนลุกออกไปจากโต๊ะ ฮยอนเดินไปทำหน้าที่หาหนังสือให้ลูกค้า ส่วนแทมินขอตัวไปเข้าห้องน้ำ
ข้างนอกลมแรง... สิ่งแรกที่เขาคิดถึงคือบีโกเนีย และคนที่รักมันมากกว่าอะไรทั้งหมด มินโฮคงหลับอยู่ไม่ก็นั่งฟังฮยอนจินโม้นู่นนี่ตามประสา รายนั้นไม่เคยเบื่อที่จะฟังน้อง ไม่เคยรำคาญ แต่จะชอบแกล้งซะส่วนใหญ่ แต่ไม่รู้ว่าในตอนนี้ ที่เขาไม่อยู่ฝ่ายนั้นจะมีอารมณ์แกล้งน้องเหมืนเคยหรือเปล่า
“ พี่คีย์.... ”
เสียงเล็กของแทมินดังขึ้นเรียกให้คีย์หลุดออกจากภวังค์ เขาหันไปยิ้มให้น้องก่อนจะเขิยบให้แทมินมานั่งข้างๆ เพราะรายนั้นรีบร้อนเหมือนมีเรื่องอะไรกวนใจ
“มีอะไรหรือเปล่า”
แทมินอึกอัก น้องก้มหน้ากัดปากคล้ายกับว่าเรื่องที่จะพูดมันน่าอายหรืออะไรซักอย่างที่คีย์เองก็ไ
ม่สามารถรู้ได้ว่าคืออะไร
“ คือ..... ”
“ ไม่รีบพูดเดี๋ยวพี่ฮยอนมาไม่รู้ด้วยนะ ”
ขู่ออกไปเพราะรู้แน่แล้วว่าเรื่องแทมินอยากปรึกษาคงเกี่ยวกับคนที่กำลังตั้งหน้าตั้ง
ตาหาหนังสืออยู่ในชั้นกลางของร้าน แทมินเงยหน้าขึ้นแทบจะทันทีก่อนจะเอ่ยถามคำที่เขาต้องยิ้มตามและพลอยเขินไปด้วย
“ เมื่อวานพี่ฮยอน..จ...จูบผม ”
“ ก็ดีแล้วไม่ใช่หรือไง ”
เขาสวนออกไปพยายามที่จะไม่ยิ้มล้อเพราะดูเหมือนว่าแทมินคงจะเขินมากซะจนก้มหน้าจนคาง
เกือบชิดอกหัวจะฟุบลงไปวางกับพื้นโต๊ะไม้
“ ก...ก็... ”
“ ........ ”
“ ...ก็ดี...ฮะ ”
ถึงตอนนี้คีย์แทบกลั้นหัวเราะไม่อยู่ เขายิ้มจนเห็นลักยิ้มข้างขวาที่โดดเด่น ร่างบางขยี้ศรีษะแทมินจนยุ่งเหยิงเพราะหมั่นเขี้ยวเกินจะทน ฮยอนที่หาหนังสือเจอตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ต้องเดินเข้ามาดู
“ เล่นอะไรกันน่ะ ”
ฮยอนเดินเข้าถามพร้อมกับจับทรงผมแทมินให้เข้าที่ เขาจ้องหน้าทั้งสองคนอย่างต้องการคำตอบแต่แทมินก็ยิ่งนั่งก้มหน้าที่แดงก่ำเงียบๆส่ว
นคีย์ก็เอาแต่ยิ้ม ไม่มีใครตอบเขาได้เลยซักคนเดียวหรือยังไง ==”
“ กลับแดกูวันไหน ”
คีย์ถอนหายใจเพราะเขายังทำธุระไม่เสร็จเลยจริงๆ เรื่องสอบก็เหลืออีกหลายวิชา ส่วนเรื่องการทำเรื่องขอโอนย้ายไปเรียนทางไปรษณีย์แทนนั้นยังต้องรอให้สอบเสร็จก่อน
อย่างน้อย...มันก็จะได้หมดเรื่องหมดราวไปซักที
“ ยังไม่รู้เลยครับ ”
ฮยอนพยักหน้านิ่งๆแล้วหันกลับไปสนใจตัวเล็กของเขาที่กำลังนั่งทำการบ้านอยู่ต่อ คีย์ยิ้มกับสองคนตรงหน้า และอยู่อีกซักพักก็ต้องขอตัวกลับก่อน
++++++DEETLY LOVE++++++
“ แค่กๆ....แค่กๆ ”
คุณชเวขมวดคิ้ว เพราะเสียงนี้เขาได้ยินมาตลอดตั้งแต่เมื่อวานจากห้องลูกชาย มินโฮไม่ได้ป่วยเป็นหวัด รายนั้นตัวไม่ร้อนและไม่มีอาการว่าจะไม่สบายอย่างที่ได้ยินเสียงไอค่อกแค่กอะไรนั่นเ
ลย พอถามว่าปวดหัวหรือเปล่าลูกเขาก็ส่ายหัว แถมสีหน้าก็ยังเป็นปกติเหมือนเดิมด้วยซ้ำ
“ มินโฮ...ทำไมแกไอบ่อยจังช่วงนี้ ”
เขาคิดจะให้หมอมาดูอาการแต่ก็ลืมไปว่าอาทิตย์หน้าฝ่ายนั้นก็จะเข้ามาแล้ว เลยไม่จำเป็นต้องเรียกมาก่อนกำหนดวันนัด อีกอย่างลูกชายเขาก็ไม่ได้มีอาการสาหัสอะไร
“ เจ็บคอหรอ? ”
มินโฮพยักหน้าตอบออกไปพร้อมกับไออีกครั้ง แต่สีหน้าของร่างสูงที่เหมือนกำลังทรมานนั้นเรียกให้พ่อของเขาต้องขยับเข้าไปหาอย่าง
เป็นห่วง
“ ไหวหรือเปล่า พ่อตามหมอมาดีกว่า ”
“ มะ...แค่กๆ ”
คุณเชวชะงักปลายเท้าเมื่อได้ยินเสียงแหบของลูกชายที่ดังไม่ชัดมากนักแต่ก็ฟังออก มินโฮนั่งก้มหน้าไออยู่คงไม่รู้ตัวว่าเมื่อครู่ตนหลุดพูดออกมา และความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัวของเขา
ลูกชายคุณจะพูดได้เหมือนก่อน...แต่มันก็ต้องใช้เวลา ....และอาจจะมีอาการข้างเคียงก่อนส่งเสียงได้เล็กน้อยไม่สาหัสอะไร
พ่อมินโฮยิ้มบางแล้วเดินกลับมานั่งที่เดิม เขารู้แล้วว่าตอนนี้ทำได้เพียงแค่รอ ..รอวันที่ลูกของเขาจะกลับมาส่งเสียงได้เหมือนอย่างเคย
.
.
.
“ คุณปู่ฮะ!..โทรศัพท์ ”
เสียงเล็กของฮยอนจินดังข้างหู เด็กชายตัวเล็กนั่งอยู่บนพื้นสายตากำลังจดจ้องกับตัวการ์ตูนในทีวีส่วนปากก็เจื้อยแจ
้วบอกชายวัยกลางคนให้รู้ว่าโทรศัพท์ดังนานแแล้วแต่ไม่มีคนไปรับ แต่ตนเองที่นั่งอยู่ใกล้ที่สุดนั่นแล่ะไม่รับเอง
เขาส่ายหัวกับเจ้าตัวเล็กก่อนจะเดินผ่านไปรับเครื่องมือสื่อสารที่ดังหนวกหูโดยไม่ลื
มที่จะเขกหัวเด็กซนเข้าซักที
“ จินจะคุยมั้ย พี่คีย์โทรมา ”
กำลังจะปฏิเสธออกไปแต่พอได้ยินชื่อบางคนจอมซนของบ้านก็รีบลุกขึ้นมาดึงโทรศัพท์ออกจา
กมือปู่ไป เสียงใสดังทักทายคนปลายสายแจ้วแต่สายตาก็ยังคงจับจ้องไปที่ทีวีจนคุณปู่อึ้งกับความส
ามารถ
แยกออกได้ยังไง...สมาธิดีจริงๆ
“พี่มินโฮอยู่ข้างบนห้อง นอนอยู่ จินเพิ่งออกมาเองจะมาดูการ์ตูน พี่คีย์ซื้อกันด้มกลับมาฝากจินอีกนะ เอาตัวใหม่ที่เพิ่งออกทีวีอ่ะ อยากได้ๆ”
คนที่ไม่มีอะไรทำเลยนึกหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาลองฟังต้องยิ้มขำกับลูกอ้อนของน้อง เพราะเขาได้ยินเสียงของพ่อพูดดังขึ้นมาแว่วๆหรอกว่าใครโทรมา ไม่งั้นไม่มีทางยกขึ้นแอบฟังแน่ๆ
เสียงของคนปลายสายที่อยู่โซล...ใช่..เขาคิดถึง คิดถึงจนน้ำตาไหลลงมาพร้อมกับรอยยิ้มบางๆที่ยังไม่เลือนหายไป
“ พี่คีย์...เมื่อไหร่จะกลับมาล่ะ..ไม่รู้แล่ะ กลับมาเลยนะ..เปล่าซะหน่อย....คิดถึงต่างหากไม่ได้อยากได้เร็วๆ ”
เดาเอาว่าสีหน้าฮยอนจินตอนนี้คงกำลังย่นหน้ายู่จมูกอยู่แน่ๆที่โดนจับได้ว่าเห็นแก่ข
องเล่นมากกว่าการได้เห็นพี่ชายใจดีกลับมา
มินโฮยังคงปล่อยให้น้ำตาไหลลงมาโดยไม่คิดจะเช็ดมัน เพราะเขาอยู่คนเดียวการแสดงความรู้สึกออกมาเลยเป็นเรื่องที่ไม่น่าอายหรือสมควรจะปิด
บัง
คิดถึง...คิดถึงมากจริงๆ
แกร็ก!
“ พี่...มิน...โฮ....พี่มินโฮร้องไห้ทำไม! ”
ประตูถูกเปิดออกโดยที่เขาเองไม่ได้ตั้งตัว เพราะไม่คิดว่าฮยอนจินจะเดินมาหาเขาในห้องในขณะที่มือก็ยังคงถือโทรศัพท์ไร้สายขึ้นม
าด้วย เขาตกใจก่อนที่จะยกมือขึ้นปาดน้ำตาและหันหน้าหนีน้องไปอีกทาง
“ พี่..ฮึก...พี่มินโฮ..ร้องไห้..ทำไม ”
ฮยอนจินเริ่มใจไม่ดีเอ่ยถามอีกครั้งด้วยเสียงปนสะอื้นและสั่นเทา มือเล็กเขย่าแขนพี่ชายเอาไว้อย่างต้องการรู้ว่าที่อีกฝ่ายร้องไห้นั้นเป็นเพราะอะไร เจ็บตรงไหน หรือโดนใครแกล้ง น้องยังเด็กแต่ความรู้สึกก็เหมือนกับผู้ใหญ่อย่างใครๆที่ก็ใจเสียที่เห็นใครคนหนึ่งร
้องไห้ตรงหน้า
คนปลายสายกำลังร้อนรนเพราะตนเองไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับทางนั้น ได้ยินเพียงเสียงฮยอนจินที่โวยวายพร้อมกับสะอื้นไห้อยู่ใกล้ๆ คงเป็นเพราะน้องยังกำโทรศัพท์ไร้สายเครื่องนั้นเอาไว้ไม่ยอมปล่อยเป็นแน่
คีย์เรียกน้องหลายครั้งเพื่อให้ฮยอนจินที่กำลังเขย่าแขนมินโฮอย่างเอาเป็นเอาตายพร้อ
มกับเสียงเล็กพร่ำเรียกชื่อพี่ชายอยู่ตลอดนั้นได้ยิน
“ ฮึก....ฮือ... ”
‘ จิน ได้ยินหรือเปล่า ’
“ ฮึก...ฮ....ฮะ ”
ฮยอนจินตอบกลับด้วยเสียงสั่นๆกลับมาพร้อมกับมือหนึ่งปาดน้ำตาทิ้งและอีกข้างก็ยึดเสื
้อนอนพี่ชายไว้แน่นกลัวว่าอีกฝ่ายจะเป็นอะไรไป น้องพยักหน้าทั้งๆที่คีย์ไม่มีทางได้เห็น ก่อนจะยื่นโทรศัพท์ออกไปตามคำสั่งของคนปลายสายที่อยู่โซล
“ อ่ะ...ฮึก... ”
คนที่นั่งก้มหน้าสงบอารมณ์อ่อนแอเอาไว้นั้นเงยหน้านิดหนึ่งมองสิ่งที่ถูกยื่นออกมาให
้ด้านข้างของตนเองอย่างไม่เข้าใจอะไรนักแต่ฮยอนจินกลับดันใส่เขาอีกครั้งจนมินโฮสะดุ
้
งเมื่อตอนนี้หูโทรศัพท์ได้มาอยู่แนบแก้มเขาแล้ว
“ พี่..ฮึก...พี่คีย์จะคุยด้วย..คุยสิ..ฮึก..คุยๆๆ...ฮืออ ”
เสียงเล็กเอาแต่ใจนั้นทำให้เขาต้องเป็นฝ่ายรีบยกขึ้นมาไว้กับหูตัวเองไม่อย่างนั้น ฮยอนจินก็คงอาละวาดกระแทกโทรศัพท์ใส่เขาแน่ๆ มินโฮนั่งวางมืออีกข้างไว้กับหน้าตักตัวเองก่อนจะรับฟังเสียงจากคนปลายสายที่เขาแสนค
ิดถึง
“ มินโฮ..มินโฮ... ”
“ ......... ”
ร่างสูงยกมือขึ้นมาวางแนบกับหน้าอกฝั่งที่ก้อนเนื้อกำลังเต้นตุบรัวเร็วเมื่อได้ยินค
นที่คิดถึงมาตลอดเอ่ยเรียกชื่อ มินโฮกัดฟันแน่นเพราะเขาอยากจะพูดแต่ก็คงทำแบบนั้นไม่ได้เมื่อเขาไม่ได้เป็นเหมือนก่
อนอีกแล้ว
“ มินโฮ....ได้ยินเราหรือเปล่า....มินโฮ ”
คีย์กำลังลุ้นเพราะเขาไม่รู้ว่าตอนนี้โทรศัพท์ได้วางทิ้งไว้ที่อื่นหรืออะไร เมื่อความเงียบเข้าครอบคลุมจนเขาเริ่มสับสน กังวล และกลัว หลายสิ่งหลายอย่างทำให้คีย์คิดอยากจะหายตัวแล้วไปยืนอยู่ในห้องมินโฮ ตรงหน้ามินโฮ และกอดมินโฮเอาไว้ยามที่ร่างสูงรู้สึกท้อแท้ใจและเหงา
ร่างสูงนั่งนิ่งสนิทจนฮยอนจินที่เมื่อครู่ยืนอยู่กลับลงมานั่งข้างๆโดยที่มือก็ยังคง
จับเสื้อเขาเอาไว้แน่นและก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็นกอดเอวหนาแล้วซุกหน้าเข้ากับร่างของ
ม
ินโฮ คล้ายกลัวว่าพี่ชายจะหายไป
แกร่ก...แกร่ก
เสียงอะไรซักอย่างเรียกให้คีย์ที่กำลังจะวางสายไปแล้วคิดจะโทรกลับไปใหม่นั้นต้องหยุ
ดนิ้วมือที่จะกดปุ่ม เขาแนบหูข้างที่ใช้ฟังเข้าใกล้มากกว่าเดิมและพยายามที่จะเร่งเสียงให้ดังเพิ่ม แล้วคีย์ก็ต้องยิ้มออกมาเมื่อเพลงที่มินโฮมักชอบเปิดฟังตอนอ่านหนังสือนั้นดังขึ้นคล
อเบาๆ
เสียงก่อกแก่กเมื่อครู่คงกำลังไขลานมันอยู่สินะ....
“ ...รอหน่อยนะ อีกไม่นานหรอก ”
มินโฮยิ้มบาง ดวงตาคมสั่นระริกและเอ่อล้นไปด้วยหยาดน้ำ เขาเอื้อมมือไปลูบหลังฮยอนจินที่ยังคงสะอื้นตกใจที่เห็นว่าเขาร้องไห้ไม่หายทั้งๆที่
ตนเองก็กำลังต้องการคนปลอบเช่นกัน
ถึงตอนนี้มินโฮอยากจะพูดเขาเลยออกเสียงดังอึกอักและไอออกมาจนอีกฝ่ายเป็นห่วงโพล่งถา
มเสียงดังด้วยความกระวนกระวายและร้องไห้ออกมา ทั้งคิดถึงทั้งกังวล
“ อึก..แค่กๆ..อะ...ฮ...คี..แค่กๆ...อึก... ”
“ ฮึก...มินโฮ...อย่าฝืนนะ...ไม่เป็นไร..ฮืออ ”
ใบหน้าคมฉายแววเจ็บปวดอย่างเห็นได้ชัด เพราะเขาเจ็บคอมากและคีย์กำลังร้องไห้ซึ่งมันทำให้มินโฮรู้สึกเจ็บที่ใจไปด้วย เขายังไม่หยุดที่จะพยายาม เพราะได้ยินเสียงสะอื้น มินโฮจึงต้องการปลอบ
“ อย่าพูด....ฮึก..มินโฮ...เราไม่เป็นไร..อึก.... ”
พยายามที่จะเก็บกลั้นความตกใจและกังวล คีย์จึงปาดน้ำตาออกแล้วสูดลมหายใจเข้าปอดก่อนจะพูดกับมินโฮโดยที่เสียงยังคงสั่นและแ
อบหลุดหายใจลำบากเพราะทนไม่ไหวเอาไว้
“ ...อีกไม่นาน ..ร..เราจะกลับไป..รอเรานะ..มินโฮ ”
คงเป็นเพราะอีกฝ่ายทนไม่ได้ร่างบางที่อยู่โซลจึงกดวางสายไปหลังพูดประโยคสุดท้ายจบ มินโฮค่อยๆลดมือลงวางโทรศัพท์เอาไว้ข้างตัว ก่อนที่เขาจะก้มตัวลงพร้อมกับมือหนาที่ยกขึ้นมากุมใบหน้าเอาไว้
เขาร้องไห้...เพราะความไม่สบายใจที่คอยกดดันมาตลอดตั้งแต่คีย์กลับไปทำให้พอปลดปล่อย
แล้ว มินโฮก็ไม่อยากจะเก็บมันอีก
เสียงสะอื้นได้ค่อยๆเลือนหายไป มินโฮเงยหน้าขึ้นกลังจากนั่งนิ่งอยู่ท่าเดิมคิดอะไรเรื่อยเปื่อยปล่อยให้น้ำตาหยุดไห
ลไปเอง เขาหันไปมองเด็กน้อยที่เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนยังร้องไห้ตกใจกับสภาพของเขาแต่ตอนนี้ก
ลับนอนหลับกรนเบาๆทั้งๆที่มือป้อมก็ยังคงเกาะยึดเอวของมินโฮเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย
แล้วจะรอนะ...คีย์
++++++DEETLY LOVE++++++
ผ่านไปแล้วหนึ่งเดือนหลังจากนั้น คีย์ยังคงตั้งหน้าตั้งตาเรียนให้จบโดยที่ไม่ได้ติดต่อกลับมาแดกูเลย เพราะเขาไม่อยากรับรู้เรื่องราวอะไรทางนั้นนัก มันจะทำให้คีย์ไม่มีสมาธิในการอ่านหนังสือสอบที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่ถึงอาทิตย์
ร่างบางของเขากำลังนั่งอยู่ในห้องสมุดโต๊ะในสุด คีย์ต้องการความเป็นส่วนตัว แต่ตอนนี้เขากำลังอยากได้ผู้ช่วยในการติวให้ตัวเอง
“ ว่าแล้วว่าต้องอยู่นี่ ”
นึกถึงก็มาพอดี อนยูโผล่ร่างเพรียวของเขาเข้ามายืนท้าวแขนอยู่บนโต๊ะตรงหน้าคีย์ เขายิ้มกว้างตามสไตล์ตัวเองยักคิ้วให้หนึ่งข้างอย่างรู้ดีว่าตอนนี้คีย์กำลังต้องการ
หาตัวช่วย
“ นี่ พี่รู้ว่าเราดีใจ แต่ไม่ต้องทำหน้าเหมือนมีเทวดามาช่วยอย่างงั้นก็ได้ ”
เอ่ยพูดแกมขำพร้อมกับเดินอ้อมมาหาคีย์ที่กำลังส่งสายตาวิ้งๆเป็นประกายใสแจ๋วมาให้ เขากระแอมเล็กน้อยเมื่อนั่งลงข้างๆอย่างให้รู้ว่าตอนนี้พร้อมแล้วกับการติวครั้งใหญ่
ที่รวบรัดได้ในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง
และหลังจากนั้นพวกเขาสองคนก็นั่งคร่ำเครียดแต่มันก็เป็นบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสุ
ขและความสบายใจ.....
.
.
.
++++++DEETLY LOVE++++++
.
.
.
“ ขอบคุณมากนะครับพี่อนยู ”
อีกฝ่ายยิ้มรับและเอื้อมมือออกไปขยี้ศีรษะคีย์ที่กำลังก้มหัวแสดงความเคารพให้ ร่างบางหน้ามุ่ยหลังจากโดนพี่ชายแสนดีแกล้ง อนยูหัวเราะชอบใจก่อนจะร้องโอดโอยเมื่อโดนมือบางหยิกเข้าที่ต้นแขน
“ เจ็บอ่ะ ”
“ โดนซะบ้างเถอะครับ ”
อนยูเปลี่ยนเป็นฝ่ายหน้ามุ่ยบ้างเมื่อโดนถ้อยคำที่ดูเหมือนไม่มีอะไรแต่ก็เจ็บพอควร คีย์ยิ้มหัวเราะเมื่อเห็นอย่างนั้นก่อนที่เขาจะตรงเข้ากอดร่างอนยู
เกิดความเงียบชั่วขณะ คีย์กำลังกอดเพื่อขอบคุณและต้องการกำลังใจในการดำเนินชีวิตอยู่ในปัจจุบัน เขารักและเคารพอนยูดั่งอีกฝ่ายคือพี่ชายแท้ๆของตนเองจริงๆ และอยากให้คนที่กำลังถูกกอดอยู่ตอนนี้รับรู้ไปว่าทั้งหมดที่ผ่านมานั้นเขาขอโทษที่ทำ
ให้อีกฝ่ายเสียใจ
“ ผมรักพี่นะครับ....พี่คือพี่ชายที่ผมรักมากที่สุดจริงๆ ”
ฝ่ายที่กำลังนิ่งอึ้งกับการกระทำของร่างบางนั้นค่อยๆยิ้มออกมาอย่างเข้าใจ อนยูยกมือขึ้นแล้ววางลงบนหลังของอีกฝ่ายก่อนจะตบเบาๆให้คีย์รู้ว่าเขาเองไม่เคยโกรธแ
ละพร้อมจะยกโทษให้เสมอ แม้กระทั่งตอนนี้ความรักที่เขาเคยมอบให้คีย์มันก็ยังคงอยู่ ใช่...เขารักคีย์แบบน้องชาย นั่นคือความจริงที่อนยูหลีกเลี่ยงจะเผชิญกับมันและพยายามเข้าใจว่านั่นคือการรักแบบค
ู่รักมาตลอด
“ พี่ก็รักคีย์เหมือนกัน...ที่ผ่านมาก็ให้คิดซะว่าการแสดงออกแบบนั้นคือพี่ชายหวงน้องธ
รรมดาแล้วกันเนอะ... ”
ลงท้ายด้วยเสียงล้อเลียนเล็กน้อยเพื่อให้คีย์คลายกังวล เขาพูดออกไปอย่างที่ใจคิดและความรู้สึกบอกจริงๆ อนยูสบายใจที่เห็นคีย์ไม่ต้องคอยหลบตาเวลาเจอหน้ากันหรือคอยแต่ทำตัวไม่ถูกเวลาอยู่ด
้วย เขาอึดอัดเพราะอีกฝ่ายกำลังรู้สึกแบบนั้น มันไม่ต่างกันหรอก เพราะถ้าคีย์กำลังพยายามหลบหน้าก็เหมือนกับเขาเองก็พยายามที่จะหลีกเลี่ยงการเผชิญหน
้าเช่นกัน
ตอนนี้เขารู้แล้วว่าการที่จะอยู่ใกล้คีย์ได้อย่างมีความสุขนั้นก็คือ การรัก รักแบบเป็นห่วงเป็นใย รักแบบเอาใจใส่ดูแลยามที่อีกฝ่ายเดือดร้อน รัก....อย่างที่พี่ชายคนหนึ่งจะสามารถมอบชีวิตทั้งหมดของตนให้น้องชายเพียงคนเดียวได
้
และหวังว่า....ต่อจากนี้ทั้งคีย์และตัวเขาเองคงจะมีความสุขในชีวิตต่อไป
++++++DEETLY LOVE++++++
“ เฮ้! คีย์ นายกำลังจะไปไหนน่ะ ”
เขาหันไปยิ้มทักเพื่อนที่ส่งเสียงเรียกรั้ง ร่างบางกระชับกระเป๋าสะพายข้างให้แนบเข้าตัวยิ่งขึ้นและพูดตอบออกไปด้วยใบหน้าที่เต็
มเปี่ยมไปด้วยความสุข
“ กลับบ้านแล้วล่ะ หน้าที่ของเราหมดแล้ว ”
ยิ้มอีกครั้งให้ชายหนุ่มกลุ่มใหญ่ที่กำลังจะเข้ามาเอ่ยชวนให้ไปฉลองสอบเสร็จมีอันต้อ
งขยับไม่ได้ไปครู่หนึ่ง คีย์เอ่ยลาขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่คอยช่วยเหลือตลอดสามปีที่ผ่านมาก่อนจะโบกมือลาโดยทิ
้งให้เหล่านักศึกษาปีสามหกเจ็ดคนยืนงงกับเหตุการณ์ไม่ทันตั้งตัว
“ พูดอย่างกับจะไม่ได้เจอกันอีกอย่านั้นล่ะ ”
คนที่เหลือยักไหล่เมื่อหนึ่งในกลุ่มพูดทักขึ้นมา พวกเขายืนมองคีย์จนร่างบางเดินหายลับไปจากหน้าประตูใหญ่ทางเข้ามหาวิทยาลัย ก่อนจะแยกย้ายกันไปเลี้ยงฉลองกันอย่างที่ตั้งใจเอาไว้
หวังว่าจะได้เจอกันอีก....แต่ก็ไม่รู้ว่าคีย์เพื่อนที่แสนดี จะกลับมาโซลอีกหรือเปล่า....
++++++DEETLY LOVE++++++
มินโฮกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงโดยทีฮยอนจินคอยป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ๆ วันนี้เป็นวันเกิดของน้องดูท่าทางเจ้าเปี๊ยกที่กำลังนั่งใส่หมวกแก๊ปสีฟ้ากางเกงขาสั
้นสีกรมกับเสื้อแขนยาวมีฮู้ดข้างๆเขานี่ท่าทางจะมีความสุขอยู่ไม่น้อย
กล่องของขวัญชิ้นแล้วชิ้นเหล่าถูกแกะออกจนหมดเหลือเพียงกล่องสุดท้ายที่เขายังไม่คิด
จะแกะ เพราะว่าคนที่ส่งเจ้ากล่องใบโตนี่มาให้ไม่ได้อยู่ให้ใจชื้นด้วย น้องเล่นของเล่นที่ได้มาไปพลางๆเพื่อรอคนที่บอกว่าจะกลับมาเซอร์ไพส์พี่ชายคนสนิทแต่
ป่านนี้ก็ไม่มีแววของคนคนนั้นเลย
ร่างสูงสะกิดไหล่เล็กที่กำลังสนใจเจ้ารถบังคับที่เขาดูจากแคตตาล็อกที่พ่อเอามาให้เป
ิดดูเพื่อที่จะสั่งซื้อให้น้องเป็นของขวัญสุดพิเศษนั้นให้หันมา ฮยอนจินขยับขาเล็กๆของตนเองแล้วย้ายมานั่งตาแป๋วอยู่บนตักมินโฮ
จนกระทั่งถึงตอนนี้ แม้ว่ามินโฮจะยังลุกเดินไม่ได้ตามปกติแต่การที่เขาทำกายภาพบำบัดอยู่ทุกวันนั้นทำให้
ความรู้สึกเริ่มกลับมาบ้าง แต่มันก็เป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆที่เขายืนได้
ฮยอนจินเอียงศรีษะกลมสงสัยกับพฤติกรรมของพี่ชายที่จ้องหน้าเขาพร้อมรอยยิ้มไม่วางตา มินโฮดูสดใสร่าเริงขึ้นมา ถึงจะยังไม่เหมือนก่อนแต่มันก็ทำให้ทั้งพ่อและเด็กตัวเล็กๆอย่างฮยอนจินรู้สึกดีอย่า
งบอกไม่ถูก
“ พี่มินโฮจะนอนแล้วหรอ ”
ขยับหัวขึ้นลงเป็นคำตอบ ไม่ใช่เขาไม่อยากพยายามที่จะพูด มินโฮส่งเสียงออกมาได้เป็นบางคำแต่ก็ทำเฉพาะเวลาที่เขาอยู่คนเดียว ไม่อยากให้พ่อเป็นห่วงเพราะทุกทีที่ทำแบบนั้น เขาจะออกอาการไอแทบทุกครั้ง
“ อย่าเพิ่งนอนซี่... ”
ออดอ้อนอย่างนี้เป็นประจำเสียจนมินโฮไม่คิดเอะใจ เขาขยี้ศรีษะเจ้าตัวเล็กที่ออกอาการกระวนกระวายเกินเด็กและทำท่าจะล้มตัวลงนอนพร้อมก
ับเปิดปากหาววอดใหญ่ทั้งๆที่น้องยังคงนั่งจ้องเขาด้วยใบหน้าที่ย่นยู่เต็มที เขารู้สึกง่วงเพราะกินยาเข้าไปถ้าเป็นปกติคงจะนั่งถ่างตารอฮยอนจินเล่นจนหลับไปแล้ว
.
.
.
‘ พี่มาช้า พี่มินโฮหลับเลยเห็นมั้ย ’
มินโฮรู้สึกตัวตื่นอีกทีตอนได้ยินเสียงเล็กๆของฮยอนจินรบกวน คาดว่าน้องคงกำลังทำหน้าไม่พอใจใครคนที่กำลังถูกงอนอยู่แน่นอน
เขาขยับตัวหันเพราะคิดว่าควรจะหลับต่อไปโดยไม่สนใจเสียงคนสองคนที่กำลังดังใกล้เข้าม
าทุกที ถ้าเป็นเวลาปกติมินโฮคงจะเงี่ยหูฟังว่าคนที่น้องกำลังคุยด้วยคือใคร แต่ตอนนี้เขาอยากหลับต่อเพราะไหนๆก็นอนมาจนถึงเย็นแล้ว
ยังไม่ทันจะหลับตาลงไปใหม่ ใครบางคนก็ผลักประตูเข้ามาพร้อมกับเจ้าตัวเล็กที่จับจูงมือพามาด้วย มินโฮยังคงนอนสะลึมสะลือไม่อยากรับรู้อะไร เพราะฝ่ายนั้นถ้าเห็นว่าเขากำลังหลับคงไม่คิดรบกวน
ใครจะปลุกคนป่วยขึ้นมาได้ลงคอจริงมั้ย
“ พี่มินโฮหลับอยู่หรอ ”
แต่...ก็มีอยู่คนนึงล่ะนะ....
มินโฮนอนนิ่งไม่ขยับตัว เขาหลับตาลงทำเป็นไม่ใส่ใจเสียงของน้อง อาจะดูใจร้ายแต่เขาเองก็ไม่อยากตื่นขึ้นมาตอนนี้ เพราะไม่อย่างนั้นตอนกลางคืนคงจะไม่ได้นอนเป็นแน่
“ หลับอยู่จริงด้วย มาช้าอดเจอ สม.. ”
แอบลอบยิ้มเมื่อเสียงฮยอนจินฟังแล้วคงจะโกรธใครอีกคนไม่น้อย มินโฮผ่อนลมหายใจเข้าออกกำลังจะเข้าสู่ห้วงนิทราอีกครั้งปล่อยให้ฮยอนจินกับลูกหลานค
นงานที่คงจะมาอวยพรวันเกิดพร้อมกับของขวัญมาให้นั้นอยู่ในห้องต่อไป
“ งั้นก็ไปกันเถอะ ปล่อยให้พี่เขานอนไปก่อนเนอะ ”
ดีมาก...มินโฮคิดในใจแต่เสียงหวานนั้นทำให้เขาไม่คิดที่จะหลับต่อเพียงแต่ยังไม่ลืมต
าขึ้นมา เพราะความไม่แน่ใจหรืออาจจะคิดถึงมากจนหูฝาดทำให้มินโฮไม่รับลุกขึ้นดู
“ ก็ได้ๆ งั้นไปหาขนมกินกันเถอะ วันนี้พี่อึนนาซื้อมาให้จินเพียบเลย ”
“ อ้าว...แล้วไม่อยากกินของพี่หรือไง ”
“ พี่คีย์ก็เก็บเอาไว้รอพี่มินโฮตื่นก่อนแล้วจินจะมากินด้วยไง..ฮิฮิ ”
ดวงตาคมเบิกกว้างทันทีที่ได้ยินเสียงแน่ชัดและชื่อที่น้องใช้เรียก มินโฮหันขวับและหันไปมองสองคนที่กำลังจะเปิดประตูออกจากห้องและพยายามที่จะเปร่งเสีย
งแต่มันก็ไม่มีแม้กระทั่งเสียงไอ
แต่เหมือนอะไรบางอย่างทำให้ใบหน้าขาวใสของคนที่เฝ้ารอมาตลอดสองเดือนหันกลับมา พลันนั้นหัวใจก็กลับมาเต้นแรงอีกครั้งหลังจากเพิ่งจะคิดว่าตนเองหมดหวัง ตาคมเบิกกว้างหน้าอกกระเพื่อมเร็วด้วยความดีใจและตื่นเต้น เรียกได้ว่า เขารู้สึกเหมือนกับ....เจอรักครั้งแรกที่รอคอยมานาน
“ มินโฮ.... ”
++++++DEETLY LOVE++++++
ฮยอนจิน pov
ตั้งแต่พี่คีย์กลับมา พี่มินโฮของเราก็ดูจะยิ้มเยอะกว่าเคย ทุกวันนี้ผมยังคอยป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ๆพี่ชายทั้งสองเสมอ ไม่ใช่ว่าไม่อยากให้พวกพี่ๆอยู่ด้วยกันเพียงลำพัง แต่ทำยังไงได้ ในเมื่อผม...ก็เป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวของพี่ชายทั้งสองเหมือนกันนี่นา
ตอนนี้ก็ผ่านไปแล้วเกือบเดือนนับตั้งแต่ที่พี่ชายสุดหล่อและพี่คีย์พี่ชายที่แสนดีนั
้นกลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันอีกครั้ง ถึงแม้ว่าพี่มินโฮจะยังไม่มีเสียงพูดและเดินไม่ได้เหมือนเก่า แต่ดูท่าพี่ชายของผมจะมีความสุขไม่ได้กังวลอะไรอยู่เลยแม้แต่อย่างเดียว
คุณหมอซางมาที่บ้านบอกว่าอาการพี่มินโฮไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แต่ดูจากสีหน้าของพี่คีย์และคุณปู่แล้ว คงจะกังวลเรื่องที่พี่เขายังกลับมาเป็นปกติไม่ได้
แต่ดูท่าาทางว่าคนที่กำลังถูกเป็นห่วงนั้นไม่ได้มีท่าทางกระวนกระวายใจเลย
ตกดึกทุกคืนพี่คีย์จะชอบออกมานั่งเหม่อตรงชานบ้านหลังใหญ่ ผมได้ยินป่าป๊าคุยกับคุณปู่ว่าพี่คีย์เป็นอย่างนี้เกือบทุกวันในระยะสองอาทิตย์ที่ผ่
านมา ผมก็ไม่รู้ว่าพี่เขาเป็นอะไร เพราะเวลาปกติพี่คีย์ก็ยังยิ้มแย้มอยู่เสมอ
กระทั่งวันหนึ่ง .... วันที่ผมคิดว่าทั้งผมและพี่คีย์เสียน้ำตาไม่น้อยไปกว่ากันเลย
มือเล็กๆของผมกำลังถูกพี่คีย์หยิบเจ้าเมล็ดพันธ์สีน้ำตาลเข้มใส่มือ เสียงหวานๆของพี่คีย์กำลังพูดสอนเรื่องการดูแลรักษาต้นไม้ และการขยายพันธ์ดอกไม้ที่พวกพี่ทั้งสองรักมันมาก แต่คงไม่มากเท่ารักผมหรอก จริงมั้ย? - -
พี่มินโฮนั่งอยู่บนรถเข็นห่างจากพวกเราไปประมานเกือบสามเมตรได้ เดี๋ยวนี้พี่คีย์มักจะพาพี่มินโฮออกมาสูดอากาศข้างล่างมากกว่าการนั่งให้เวลาผ่านไปโ
ดยไม่ได้ทำอะไรเลย พี่ชายสุดหล่อของผมนั่งมองคอยให้กำลังใจในขณะที่พี่คีย์กำลังสอน แต่ดูเหมือนว่าพี่เขาจะบ่นมากกว่า ก็เพราะผมเองน่ะแล่ะที่ไม่สนใจฟัง
เราสองคนง่วนอยู่กับการปฏิบัติการณ์เอ๊กเรนเจอร์ของกันดั้ม ไม่ใช่สิกำลังทำการเรียนการสอนการปลูกต้นไม้ต่างหาก เวลาผ่านไปซักพักระหว่างที่กำลังเพลิดเพลิน พี่คีย์กลับสะดุ้งด้วยความตกใจเผลอร้องออกมาเสียงดังจนผมเองก็พลอยเป็นไปด้วย
“ ย....อย่า...ทิ้ง....ฉัน..ไว้คน...เดียว...ซ...ซิ...คีย์ ”
หลังจากนั้นทั้งพี่คีย์ที่กำลังถูกกอดโดยพี่มินโฮและผมก็ร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่พี่มินโฮเดินเข้ามาหาอย่างเงียบๆด้วยความพยายาม ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่พี่มินโฮต้องพยายามยกแขนขึ้นโอบกอดพี่คีย์ด้วยความคิดถึง และ....ไม่รู้ว่าพี่มินโฮต้องพยายามเปร่งเสียงออกมาเท่าไหร่ถึงจะกลายเป็นคำพูดที่ทำ
ให้ทั้งผมและพี่คีย์นั้นร้องไห้ออกมาอย่างสุดทน
เพราะความรักนั้นชนะทุกสิ่ง คำนี้คุณปู่ชอบพูด ถึงผมจะยังไม่รู้เรื่องอะไรก็เถอะ แต่อย่างน้อยในวันข้างหน้า ฮยอนจินเด็กดื้อคนนี้ก็คงจะต้องมีความรักที่ลืมไม่ลงอย่างพี่ๆทั้งสองคนแน่นอน
บทส่งท้าย...
อนยูกำลังนั่งอ่านเมลที่น้องชายคนสนิทส่งมาให้ ภายในเมลฉบับนั้นมีทั้งรูปถ่ายและคลิปวีดีโอที่อัพโหลดลงเวปเรียบร้อยแล้ว เขากดเปิดโดยไม่รีรอไม่นานภาพใบหน้าขาวใสที่เขารักดั่งน้องชายก็ปรากฏขึ้นมา
“ สวัสดีครับพี่อนยู... แปลกๆเนอะที่ต้องพูดใส่กล้อง...จินอย่าสิ! ”
เสียงหวานแว้ดใส่ใครอีกคนที่แวปเข้ามาในจอเมื่อครู่ คาดว่าเด็กน้อยที่เขาถูกชะตานั้นคงกำลังอยากออกกล้องในขณะที่ตนเองโดนใช้ให้ถืออยู่เ
ป็นแน่
“ อ่ะ...ต่อนะครับ...พี่สบายดีหรือเปล่า แต่ก็คงจะมีความสุขดีอย่างที่พี่ฮยอนเล่าให้ผมฟังเนอะ ฮ่าๆ ”
ถึงตอนนี้อนยูอยากจะเขกหัวคนที่กำลังหัวเราะคิกคักล้อเลียนเขาอยู่ แต่ก็กลับมาตั้งใจฟังอีกครั้งเมื่อคีย์กลับมานั่งตัวตรงกระแอมไอสองสามทีอย่างต้องกา
รจะเข้าเรื่องจริงจัง
“ ไม่ได้คุยกันเลยนะครับ พี่ก็น่าจะรู้ว่าแดกูน่ะห่างไกลความเจริญแถมโทรศัพท์ก็ไม่ค่อยมีสัญญาณอีกต่างหาก ”
ริมฝีปากของเขาแย้มยิ้มในขณะที่เปลี่ยนอิริยาบถไปด้วย อนยูวางใบหน้าลงบนแขนที่เท้าศอกอยู่กับพนักเก้าอี้ แล้วดูใบหน้าของคีย์ที่ดูร่าเริงกว่าที่เขาเคยพบเห็น
“ ตอนนี้มินโฮดีขึ้นมาแล้ว เจ้านั่นเดินได้เกือบปกติ แต่เรื่องเปร่งเสียงคงต้องใช้เวลาอีกซักพักนึง แค่พักเดียวเท่านั้นแล่ะครับ คงไม่นานเกินนี้ แค่ทุกวันนี้มินโฮพูดได้กว่าแต่ก่อนผมก็แทบจะเอาอะไรยัดปากให้รู้แล้วรู้รอด แต่ละคำช่าง...”
ประโยคสุดท้ายเบาหวิวจนอนยูต้องคลิกกรอกลับไปฟังใหม่จนพอเข้าใจว่าทำไมคีย์ถึงต้องหน
้าแดงแบบนั้น คงหนีไม่พ้นเรื่องรักๆใครๆน่ะสิ
“ เอาล่ะ ต่อๆ...ได้ข่าวว่าตอนนี้แทมินกำลังเตรียมสอบ พี่ปราบพี่ฮยอนดีๆนะครับ อย่าให้ไปกวนน้องในช่วงนี้ ไม่อย่างนั้นมีหวังแทมินไม่ได้อ่านหนังสือแน่ๆ ”
“ อ๊ะ..พี่อนยูผมต้องไปแล้ว พี่อย่าลืมดูรูปที่ผมส่งให้นะ แล้วถ้าไปโซลผมจะโทรหาอีกที บายๆครับ ”
ก่อนจบคลิปนั้นอนยูต้องหลุดขำเมื่อเห็นว่ามีหน้าเด็กน้อยแสนซนโผล่หน้าเข้ามาแลบลิ้น
ปลิ้นตาให้กล้อง และมีมือของใครบางคนหยิบชูขึ้นสูงก่อนจะหันกล้องเข้าหาตัวเองมองมันอย่างุนงงและหันไ
ปมองตัวต้นเหตุทั้งสองที่ยืนเตรียมหนีอยู่ไม่ห่าง และภาพสุดท้ายคือภาพของประตูสีขาวที่เขาคิดว่าคนที่ถือกล้องคนสุดท้ายคงวางไว้ที่ไหน
ซักแห่งที่พอจะจับภาพนั้นได้ และเขาก็ต้องยิ้มกว้างเมื่อทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ต่างก็ส่งเสียงหัวเราะและวิ่งหนีออกไ
ปจากประตูบานนั้น
“ ดูอะไรอยู่น่ะ ท่าทางมีความสุขเชียว ”
อนยูหันไปมองหญิงสาวที่เดินเข้ามาพร้อมกับส่งเสียงล้อ เขายิ้มและยื่นมืออกไปคว้าร่างของฮยอนจีเข้ามาหาตัวก่อนจะกอดเธอเอาไว้ด้วยความออดอ้
อน
“ นี่..เป็นอะไรของคุณ อย่ามาอ้อนให้ยากเลย ”
เธอพูดต่อด้วยเสียงสูงกลบเกลื่อนความอายที่กำลังเผชิญอยู่ อนยูยิ้มตามแบบฉบับของคนอารมณ์ดีแล้วรวบร่างของเธอให้มานั่งบนตักตนเอง
“ หิวข้าวแล้ว ”
“ อืม...งั้นวันนี้ทำอะไรทานดี ”
หญิงสาวทำท่าคิดถึงเมนูที่วันนี้เธออยากจะทำเอาใจคนขี้อ้อน แต่เพียงแค่คิดยังไม่ถึงสองเมนูอนยูก็จัดการประคองตัวของเธอให้ลุกขึ้นพร้อมกับตนเอง
ท่ามกลางความงุนงงของฮยอนจี
“ วันนี้ไปทานข้างนอกดีกว่า ไม่อยากให้คุณเหนื่อย ”
“ ไม่อยากให้เหนื่อยหรือเบื่อกันแน่ ”
พูดด้วยเสียงติดจะงอนเล็กๆ อนยูยิ้มมุมปากพลางโอบกระชับร่างของเธอสูดดมความหอมจากเรือนผมสีเข้ม ก่อนจะตอบไขข้อข้องใจฝ่ายที่กำลังงอนได้น่ารักน่าจูบ
“ ไม่อยากให้เหนื่อยคร้าบบ ใครจะไปเบื่ออาหารฝีมือฮยอนจีคุณครูสอนทำอาหารเกาหลีคนดังแห่งญี่ปุ่นได้ลงคอล่ะคร้า
บบ ”
เธอหลุดยิ้มเมื่อคนพูดนั้นทำหน้าตาล้อเลียนได้ตลกจนน่าขำ และอนยูก็จัดการตัดบทโดยจับมือบางๆของเธอพาเดินออกไปจากห้องโดยหันกลับมามองหน้าจอคอ
มยิ้มให้กับภาพถ่ายที่ปรากฏอยู่ในนั้น
ภาพของคีย์ที่ยิ้มกว้างอยู่ข้างๆร่างสูงอีกคนที่คุ้นตาโดยมีเด็กน้อยกอดคอเอาไว้แน่น
พร้อมกับอ้าปากหัวเราะดูท่าทางจะกำลังชอบใจไม่น้อยที่พี่ชายจับให้มาอยู่ในสภาพแบบนี
้ ข้อความใต้ภาพเขียนเอาไว้ว่า วันหนึ่งพวกเขาจะกลับไปหา และขอให้อนยูมีความสุขกับรักครั้งใหม่
ก็ขอให้พวกนั้นมีความสุขแบบนี้ตลอดไปเช่นกัน.....
....และเขาก็จะไม่มีวันลืมรักแรกแน่นอน
You're on my heart just like a tattoo....
…..I'll always have you
:::::::::::::::::::::::::::::::::END::::::::::::::::::::::::::::::





